[EWAW] ส่งตัว Yaroslavl

posted on 31 Mar 2013 07:01 by saixmedrik in EWAW directory Cartoon
 
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนนึงของคอมมู
 
 
//ปิดหน้าตัวเอง  ด้วยความรัก(?)ที่มีต่อฮอกกี้และ Yaroslavl ล้วนๆ........
 
 
 
 
(ผปค.วาดหน้าเด็กไม่ได้ //พรากกกกส์ เอาหนุ่มอายุ 27 มายัดลงเครื่องแบบนักเรียนชัดๆ ฮา)
 
 
 
ธงประจำเขตปกครองยารัสสลาฟ
 
 
ตราประจำเขตปกครองยารัสลาฟ
 
ธงประจำเมืองเอกยารัสลาวัล
 
ส่วนตราประจำเมืองยารัสลาวัลก็อยู่ฉากหลังรูปบนสุดครับ
 
 

 
 
ชื่อเมือง/เขต - Ярославль-Yaroslavl [ยารัสลาวัล] / Ярославская-Yaroslavskaya [ยารัสลาฟสกาย่า]

ทวีป - ยุโรป

ประเทศ - รัสเซีย

ชื่อมนุษย์ - Валентин Ярославович Медведицин(Valentin Yaroslavovich Medveditsin) วาเลนติน ยาโรสลาโววิช เมดเวียดิทซิน
[ชื่อเล่น/diminutive: Валенька(Valen'ka) - วาเลนก้า]
 
 
อายุ - 17

เพศ - ชาย
 
ส่วนสูง/น้ำหนัก - 193/85
 
สีผม/สีตา - น้ำตาลอ่อนเกือบบลอนด์ / เทา
 
ภาษา - ภาษาหลักคือภาษารัสเีซีย รู้อังกฤษบ้างแบบ broken English
 
แผนการเรียน - ศิลป์ภาษา
 
วันเกิด(City Day) -  วันเสาร์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม
 
ปีเกิด - ค.ศ. 1010
 
 

ลักษณะเมือง -
 
       ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมอสโควห่างไปประมาณ 282 กิโล มีแม่น้ำโวลก้าไหลผ่านเขตจากทิศตะวันตกไปออกสู่เขตKostromaทางตะวันออก มีประชากรราว 1,271,672 คน โดยเมืองเอกใหญ่ที่สุดของเขตปกครองนี้คือยารัสลาวัลด้วยจำนวนประชากรเกือบ 600,000 คน นับเป็นเมืองใหญ่สุดที่ตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำโวลก้าตอนบนก่อนถึงเมือง Nizhny Novgorod มี Rybinsk เป็นเมืองใหญ่อันดับสองด้วยประชากร 200,000 คนอยู่ห่างไปจากยารัสลาวัลทางเหนือตามแนวแม่น้ำโวลก้าราว 80 กิโลเมตร
 
       พื้นที่ส่วนใหญ่ของยารัสลาวัลไม่ค่อยราบเสมอกันเป็นหย่อมเนินเขาต่ำๆสลับป่าไม้สน และที่ราบชุ่มน้ำกระจายๆทั่วไป รวมถึงมีเขื่อน Rybinsk เก็บกักน้ำจากแม่น้ำโวลก้าและแม่น้ำสาขาเล็กๆอีกจำนวนมากอยู่เหนือเมือง Rybinsk ขึ้นไป โดยใต้ท้องน้ำของเขื่อนนี้มีเมือง Mologa ซึ่งเคยมีประชากรกว่า 150,000 จมอยู่ตั้งแต่มีการปล่อยน้ำเข้าในช่วงทศวรรษที่ 1940 โดยเมื่อถึงวันที่มีการปล่อยน้ำเข้า แม้ว่าจะมีการประกาศให้ประชากรอพยพออกไป ก็ยังคงมีชาวเมืองโมโลก้าเกือบ 300 คนที่ปฏิเสธที่จะย้ายออกและจมหายไปพร้อมกับเมือง
 
       นับแต่นั้นมา ทุกวันที่ 14 เมษาของทุกปีจะมีการรำลึกถึงเมืองโมโลก้า โดยจะมีเรือพร้อมพระของออร์โธดอกซ์ล่องไปยังจุดที่เมืองโมโลก้าตั้งอยู่และประกอบพิธีทางศาสนา
 
 
       ภูมิอากาศเป็นแบบหนาวจัดหิมะเยอะในฤดูหนาวและอากาศอบอุ่นไม่ร้อนจัดในหน้าร้อน หน้าหนาวในเดือนมกราอุณหภูมิสามารถแตะระดับ -20 องศาถึง -40 องศาในบางปี ส่วนหน้าร้อนอุณหภูมิมักอยู่ในระดับ 23-25 องศา
 
 
       ทรัพยากรที่สำคัญของเขตยารัสลาฟคือป่าไม้และน้ำ นอกจากเขื่อนรีบินส์คแล้ว ยารัสลาฟมีระยะความยาวของแม่น้ำลำคลองต่างๆทั้งหมดภายในเขตรวมกันได้ถึง 19,340 กิโล มีแร่ที่ใช้ประโยชน์ได้เป็นส่วนน้อยจำพวก กรวด, ทราย, ดิน และ Peat
 
       รายได้ส่วนใหญ่ของเขตจะเป็นอุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรเครื่องยนตร์กลไกต่างๆ ยางรถ พลังงานเชื้อเพลิง(รับน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจากเขตอืนส่งมาตามท่อมากลั่นและแปรรูปเป็นผลิตภันฑ์เคมีที่เกี่ยวข้องต่างๆ) รองเท้า อาหาร  ขณะเดียวกันก็มีการทำเกษตรกรรมเช่น ธัญพืช ไร่ปลูกมันฝรั่ง พืชผัก ป่าน และเลี้ยงปศุสัตว์อย่างวัวเนื้อวัวนมและสัตว์ปีก
 
 
แผนที่ขอบเขตตัวเมือง Yaroslavl ที่ไหลผ่านกลางคือแม่น้ำ Volga
 
ระยะห่างจากเขตปกครองยารัสลาฟถึงมอสโคว
 
 
ตำแหน่งที่ตั้งเมื่อดูจากขอบเขตประเทศรัสเีซียทั้งหมด
 
 

ประวัติเมือง -
 
       ....ประวัติของผมเหรอครับ . .) อา....จะยาวหน่อยนะครับกับอาจจะวุ่นวายน่าสับสนอยู่นิดเพราะระบบการแบ่งเขตปกครองปัจจุบัน


       ผมเกิดมาเมื่อปีค.ศ. 1010 ที่แหลมมีชื่อเรียกว่าสเตรลก้าตรงจุดบรรจบกันของแม่น้ำโคตาโรสึล’[Kotorosl’] กับ แม่น้ำโวลก้าครับ ก่อนหน้านั้น แถบๆนั้นก็พอจะมีคนอาศัยอยู่บ้าง แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่ใช่ชาวรัสเซียที่ในยุคนั้นรู้จักกันนามเคียฟ รุส [Kievan Rus’] แต่เป็นชาวพื้นเมือง Finno-Ugric ซึ่งไม่ได้นับถือศาสนาแต่อยู่กับความเชื่อแบบพ่อมดหมอผี

       กล่าวกันว่าในครั้งนั้น –พ่อ- ของผมคือ Yaroslav the Wise ซึ่งเป็นเชื้อสายของราชวงศ์ Rurik ที่เป็นราชวงศ์ปกครองเคียฟ รุสอยู่ ได้เดินทางมาตามแม่น้ำโคตาโรสึล’ จากทางต้นน้ำคือทะเลสาบเนโรซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านของพี่ชายของผมคือ Rostov Veliky เมืองหลักของ Rostov Principality ที่เป็นอาณาจักรนึงที่ประกอบขึ้นเป็นเคียฟ รุส  ....ท่านพ่อเดินทางมาจนถึงจุดที่แม่น้ำโคตาโรสึล’มาไหลรวมกับแม่น้ำโวลก้า แล้วท่านเห็นว่าเป็นชัยภูมิที่ดี เป็นทำเลที่จะทำให้ดำเนินการค้าขายเชื่อมผ่านแม่น้ำโวลก้าได้สะดวก


       แต่ชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่แถบนี้บางครั้งก็ปล้นเรือสินค้าที่ผ่านไปมา ตอนนั้นกล่าวกันว่าระหว่างที่ท่านพ่อเดินทางมาถึงบริเวณนี้ ก็พบเรือสินค้ากำลังถูกปล้นอยู่พอดี ท่านเลยไปช่วยพวกพ่อค้าในเรือนั้น ทางชาวพื้นเมืองได้ปล่อยหมีซึ่งพวกเขาถือว่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในความเชื่อมาเพื่อจะทำร้ายฝั่งท่านพ่อ ท่านพ่อก็เลย...ทำการสังหารหมีด้วยง้าว[Halberd] จนทางฝั่งชาวพื้นเมืองต้องยอมจำนน และท่านพ่อก็ได้มีรับสั่งให้สร้างโบสถ์ไม้ Holy Prophet Elijah church และป้อมปราการไม้ขึ้นมาตรงบริเวณที่ท่านได้ทำการฆ่าหมีนั้นเพื่อเป็นอนุสรณ์....
 
 

       .....และผมก็เกิดขึ้นมาจากป้อมไม้ธรรมดาๆที่เป็นทั้งอนุสรณ์ของท่านพ่อและขณะเดียวกันก็เป็นปราการรอบนอกให้กับพี่ของผม จากนั้นก็ค่อยๆมีการขยายเพิ่มเติมจนกลายเป็นชุมชนมีคนอยู่อาศัยมากขึ้น ชื่อเมืองก็มาจากพระนามของท่านพ่อละครับ Yaroslavl นั้น มีความหมายว่า “ของยาโรสลาฟ” ในภาษารัสเซียโบราณ ที่นี่เองก็ได้กลายเป็นจุดตั้งต้นของการเผยแพร่ศาสนาคริสต์รัสเซียนออร์โธดอกซ์ในแถบลุ่มน้ำโวลก้าตอนบนด้วย
 

       ผมไม่มีโอกาสได้เจอท่านพ่อหลังจากท่านมาให้กำเนิดผมหรอกครับ เพราะหลังท่านกลับไปรัสตอฟซึ่งท่านมาปกครองอยู่ในขณะนั้น พี่ของผมก็บอกว่าท่านพ่อทรงไปปกครองอาณาจักรที่ใหญ่กว่าคือนอฟโกรอดและในที่สุดท่านก็ได้ปกครองเคียฟซึ่งเป็นเมืองหลวงมีอำนาจสูงที่สุดในเคียฟ รุส
 
 

       ตั้งแต่เกิดมา ผมก็อยู่ในความปกครองของ Rostov Veliky มาอีกราวร้อยปี จนกระทั่งเมืองเอกที่กุมอำนาจในอาณาจักรแถบนี้เปลี่ยนมือไปที่ซุซดัล[Suzdal]แทนในปี 1121  เนื่องจาก Yuri Dolgorukiy (Yuri the Long-Armed) ผู้เป็น 1 ใน เชื้อสายราชวงศ์รูริคมาปกครองอาณาจักรรัสตอฟเกิดความขัดแย้งกับขุนนางของรัสตอฟ จึงได้ทำการย้ายฐานอำนาจของแถบนี้ไปที่ซุซดัลซึ่งตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของเขตปกครองวลาดิเมียร์ ผมก็เลยไปอยู่ในความปกครองของเขาแทน ส่วนพี่รัสตอฟก็ถูกลดสถานะลงไปเป็นแค่เมืองสำคัญทางศาสนาของแถบนี้เท่านั้น (พี่เค้านอยเรื่องนี้มากครับ “. .) จนขนาดถึงท่านยูรี่จะเป็นที่นับถือตามประวัติศาสตร์อย่างกว้างขวาง แต่พี่ผมเขาไม่ชอบทุกอย่างที่เกี่ยวกับท่านยูรี่เลย)

       ช่วงนั้นผมเป็นเมืองเล็กไม่ค่อยมีกำลังอะไรนัก ก็โดนคนอื่นเล่นงานเอาเรื่อยละครับ ปี 1149 ถูกนอฟโกรอดมาตี ถัดมาอีก 3 ปีตอน 1152 คราวนี้เป็นพวกโวลก้า-บัลการ์[Volga-Bulgar]ที่ ...เอ่อ.......จะว่าเป็นบรรพบุรุษของทาทาร์สถานก็น่าจะนับได้เช่นนั้น...มาปิดล้อมโจมตีผม จนพี่รัสตอฟก็ต้องยกทหารมาช่วยไล่พวกนั้นออกไป


       ….ประมาณตั้งแต่ปี 1218 เป็นต้นไป ผมก็หลุดเป็นอิสระจากพี่รัสตอฟเมื่อ Konstantin of Rostov ได้ทำการแบ่งดินแดนให้แก่ผู้สืบเชื้อสาย เป็นเมืองอิสระเล็กๆแห่งนึงไม่ได้มีความสำคัญอะไรมากมายในเขตทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของดินแดนอันเคยเป็นของเคียฟ รุสที่แตกยิบย่อยเมื่อเคียฟ รุสถึงกาลล่มสลาย ต่อมาปี 1238 พวกมองโกล-ทาทาร์ก็เริ่มขยายอิทธิพลมาถึงแถบนี้ คนที่คุ้นกับผมทั้งพี่รัสตอฟ พี่อูกลิช[Uglich] เปเรสลาวัล[Pereslavl] ซุซดัลกับวลาดิเมียร์รวมถึงตัวผมเองต่างก็ถูกพวกนั้นทำร้ายจนบาดเจ็บเจียนตาย โดยเฉพาะการรบที่แม่น้ำซิททางด้านตะวันตกเฉียงเหนือจากบ้านผมไปในปีนั้น ก็ต้องสูญเสียเจ้าชาย Vsevolod ซึ่งเป็นผู้ปกครองผมในช่วงนั้นไปที่สมรภูมินั้นเอง ส่วนเหล่าผู้นำของพี่ๆของผมทั้งพี่รัสตอฟ พี่อูกลิชต่างก็ถูกจับหรือพ่ายแพ้ทั้งสิ้น  หลังจากนั้นพวกเราก็ต้องตกในความควบคุมพวกมองโกลโดยที่มี...ลูกพี่มอสโคว......... รับหน้าที่เป็นคนคอยจับตาดูและเก็บบรรณาการจากพวกเราไปให้ทางฝ่ายมองโกล
 
แม่น้ำซิท[Sit]ในเขตปกครองTver สมรภูมิรบที่ฝ่ายกลุ่มเมืองรัสเีซียแพ้มองโกลอย่างราบคาบ
 
 

       ...ผ่านไปอีกเป็นร้อยๆปี ระหว่างนั้นผมก็ประสบกับทั้งโรคระบาดถึง 2 ครั้งและยังถูกพวกมองโกลเข้ามาทำการปล้นฆ่าอีกหลายครั้ง ในที่สุดลูกพี่ก็เข้มแข็งพอที่จะลุกขึ้นมาขับไล่พวกมองโกลเองได้ นับแต่นั้นลูกพี่ก็เริ่มดำเนินการเสริมความเข้มแข็งให้กับตัวเองเรื่อยๆด้วยการรวบรวมเมืองต่างๆที่กระจัดกระจายเข้าไปอยู่ในบ้านอยู่บ้านลูกพี่ ...หากใครเจรจาให้เข้ามาอยู่แต่โดยดีไม่ได้ก็จะโจมตีจนกว่าจะยอมจำนน  

       ปี 1463 ภายใต้ซาร์อิวาน 3 ผู้ยิ่งใหญ่ ทางลูกพี่ก็มายื่นทางเลือกให้กับผมสองทาง.....คือจะยอมถูก”ซื้อ”(คือเอาทรัพย์สินของทางนั้นแลกกับการบังคับให้สายตระกูลที่ปกครองเมืองอยู่นั้นยอมสละสิทธิ์และยกสิทธิ์การปกครองให้แก่ทางมอสโคว)แล้วเข้าไปรวมอยู่กับบ้านของลูกพี่ หรือ จะปฏิเสธแล้วอาจจะโดนทำลายด้วยกำลังทหาร

       ผู้ปกครองผมในยามนั้นคือ Aleksandr Fodorovich Bryukhaty ยอมตกลงใจที่จะสละสิทธิ์การปกครองผมให้กับทางซาร์อิวานที่ 3 เพื่อเลี่ยงไม่ให้ผมถูกทำลายหายไป.....
 
 

       ใช่ครับ...ผมเข้าไปอยู่กับลูกพี่ตั้งแต่ตอนนี้ แต่ก็ใช่ว่าเต็มใจ.... เพียงยอมเพื่อความปลอดภัยของชาวเมืองและเพราะท่านอเล็กซานเดอร์สั่งเสียไว้มากกว่า ...อีกอย่าง....การถูก”ซื้อ”ไปแบบนี้มันดูเหมือนเป็นการเปลี่ยนถ่ายมือข้าทาสมากกว่า........เพราะเช่นนั้นที่ผ่านมาไม่ว่าจะนานเท่าไหร่ ผมก็มองลูกพี่เป็นอย่างอื่นนอกจากเจ้านายไม่ได้หรอกครับ
 


       ไม่นานนักหลังเข้ามาอยู่ในรั้วบ้านลูกพี่ .....ปี 1501 เกิดไฟไหม้ใหญ่จนเป็นอีกครั้งที่ต้องสร้างเมืองขึ้นมาใหม่จาก 0  พอกลับมาตั้งตัวได้ ผมก็เริ่มกลายเป็นเมืองท่าบนฝั่งน้ำโวลก้าที่สามารถเชื่อมการเดินทางตามลำน้ำสาขาต่างๆจนสามารถไปออกทะเลขาวที่ด้านเหนือได้ คอยเป็นตัวกลางค้าขายสินค้าให้กับลูกพี่ทั้งกับทางยุโรปด้านนอกผ่านทะเลทางด้านเหนือและจากฝั่งเอเชียผ่านแม่น้ำโวลก้าที่ไปไหลลงทะเลแคสเปี้ยนทางใต้จนก็พอจะมีฐานะดีขึ้นพอสมควรรวมถึงมีพ่อค้าชาวต่างชาติจากยุโรปเข้ามามีบทบาททำการค้าภายในเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากลูกพี่ไปทำลายบ้านของท่านนอฟโกรอดจนพินาศ  ก็มีพวกพ่อค้าชาวรัสเซียที่มาฐานะจากทางนั้นอพยพเข้ามาอยู่ที่บ้านผมเป็นจำนวนไม่น้อย 

       ช่วงเดียวกันนั้นเองซึ่งซาร์อิวาน 4 ผู้โหดร้ายแห่งมอสโควที่เป็นผู้ปกครองรัสเซียอยู่บางครั้งก็เดินทางมามนัสการโบสถ์และอารามใหญ่ที่บ้านผมและยังให้การทำนุบำรุงอย่างดีด้วยข้าวของทรัพย์สินเงินทอง ระยะนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ความเจริญด้านศาสนาที่บ้านของผมเฟื่องฟูที่สุด
 
 


       .....หลังสิ้นซาร์อิวานที่ 4  แถบบ้านผมก็ได้ปรากฏความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกครั้ง เมื่อพี่อูกลิชได้รับองค์รัชทายาทดิมิทรี่ผู้เป็นโอรสองค์สุดท้ายของซาร์อิวานที่ 4 ไว้ดูแล ทว่าวันนึงเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาเมื่อองค์รัชทายาทสิ้นพระชนม์ก่อนเวลาอันควรทำให้ราชวงศ์รูริคที่ปกครองรัสเซียมายาวนานตั้งแต่สมัยเคียฟ รุสถึงกาลสิ้นสูญ ที่ตามมาคือการแย่งอำนาจกันยกใหญ่ภายในบ้านลูกพี่จนรัสเซียอ่อนแอและในที่สุดก็ถูกพวกโปแลนด์-ลิทัวเนีย รวมถึงสวีเดนด้วยเข้ามาแทรกแซงพยายามจะยึดรัสเซียไปเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะด้วยการส่งกองกำลังมายึดเมืองอย่างโจ่งแจ้งหรือให้การหนุนหลังผู้แอบอ้างตัวเป็นผู้มีสิทธิ์ครองบัลลังค์ของรัสเซีย

       ....อืม... ช่วงนั้นผมก็เผลอไปหลงคารมของดิมิทรี่ตัวปลอมคนที่ 2 ที่มีพวกโปล-ลิทัวเนียหนุนหลังอยู่ล่ะน้า..... ดิมิทรี่ปลอมคนนั้นสัญญาว่าถ้าผมสนับสนุนเขา เขาจะให้ความคุ้มครองบ้านผม ...ที่ไหนได้ก็ยังปล่อยให้พวกโปลมาปล้นสะดมอยู่เรื่อยๆ เพราะอย่างนั้น...ก็ไม่น่าแปลกใจหรอกครับที่ตั้งแต่ปี 1608 ที่ผมเผลอไปสวามิภักดิ์กับทางนั้น จะมีความพยายามของผมกับเมืองต่างๆตามแนวลำน้ำโวลก้าพยายามลุกฮือขึ้นมาต่อต้านเจ้าดิมิทรี่ปลอมคนนี้และพวกโปลกับลิทัวเนียแต่ก็ไม่สำเร็จซะที จนกระทั่งช่วงต้นปี 1609 ก็ได้กองกำลังจากบ้านของคีริล(โวลอกดาร์)มาช่วยขับไล่พวกที่สมรู้ร่วมคิดกับพวกโปลออกไปจากบ้านผมได้สักที

       แต่แน่นอนครับ....พวกโปลกับลิทัวเนียไม่ยอมปล่อยผมให้อยู่สบายๆหรอก ....3 เดือนถัดมาพวกนั้นก็ยกทัพใหญ่มาโจมตีผมจนเมืองพังไปเกือบหมดและเหลือเพียงเครมลินที่เป็นหัวใจของเมืองเท่านั้นที่พวกนั้นตีไม่แตก จึงไม่สามารถลากผมกลับไปอยู่ในความควบคุมได้แม้จะทำความพินาศทางกายภาพให้กับบ้านผมได้หลังจากปิดล้อมโจมตีอยู่ถึง 14 วัน  ...ทว่าพี่ๆผมทั้งพี่รัสตอฟและพี่อูกลิชต่างก็ถูกพวกนั้นเล่นงานจนเจ็บหนักและควบคุมตัวไว้
 
 
Prince Dmitry Pozharsky(ซ้าย) กับ Kuzma Minin ผู้นำกองทัพราษฎรมาปลดปล่อยมอสโคว
 

       ...ตั้งแต่ปี 1610 ลูกพี่ก็ตกอยู่ในกำมือพวกของโปแลนด์กับลิทัวเนียโดยสิ้นเชิง  ในปี 1610 นั้นก็มีความพยายามแรกที่จะรวบรวมกองทัพราษฎรจากที่ต่างๆของรัสเซียไปช่วยกันสู้เพื่อไล่พวกนั้นออกจากบ้านลูกพี่แต่ก็ไม่สำเร็จ ถัดมาอีกหนึ่งปี ที่บ้านของนิซนี่ นอฟโกรอดห่างไปทางตะวันออกจากบ้านผม คุซม่า มินิน[Kuzma Minin]ซึ่งเป็นคนท้องถิ่นของที่นั้นกับ ดิมิทรี่ โพซาร์สกี้[Dmitry Pozharsky]ซึ่งก็มีเชื้อสายเจ้าห่างๆกับราชวงศ์รูริค ได้ทำการจัดตั้งกองกำลังเพื่อจะมาปลดปล่อยลูกพี่อีกครั้ง

       พวกเขาได้พาทัพนั้นเดินทางมาตามแนวแม่น้ำโวลก้าแล้วมาพักระดมพลเพิ่มและสะสมเสบียงที่บ้านผมในช่วงเดือนเมษาปี 1612 จนกระทั่งมีกำลังพลทั้งจากนิซนี่ นอฟโกรอดดั้งเดิม รวมกับคนจากบ้านผมและเมืองอื่นๆที่เดินทางมาช่วยเสริมทัพกันจนถึง 2 หมื่นคนจึงได้เคลื่อนทัพไปต่อสู้กับพวกโปลและลิทัวเนียเพื่อช่วยลูกพี่ในช่วงปลายเดือนกรกฎาปีเดียวกัน ระหว่างที่พวกเขามาตั้งฐานกำลังอยู่กับผมนั้น ผมก็ได้กลายเป็นเมืองหลวงศูนย์กลางการปกครองชั่วคราวของรัสเซียไป
 

       ถึงจะออกเดินทางไปเพื่อปลดปล่อยลูกพี่จากพวกโปล-ลิทัวเนียตั้งแต่จะขึ้นเดือนสิงหา แต่กว่าจะขับไล่พวกนั้นออกได้จริงๆก็ต้นเดือนพฤศจิกาละครับ ซึ่งพอลูกพี่เป็นอิสระจากพวกนั้นแล้ว ตำแหน่งเมืองหลวงก็ต้องคืนให้เขาไป.... กระนั้นปัญหาต่อมาคือใครจะเป็นซาร์ผู้นำรัสเซียต่อไป... จนกระทั่งได้มีการรือหาและเลือกท่าน Mikhail Romanov ซึ่งมีเชื้อสายจากทางคู่ครองขององค์ซาร์อิวานที่ 4 ขึ้นมาเป็นผุ้ปกครองรัสเซียซึ่งเป็นการเริ่มต้นของราชวงศ์โรมานอฟ  โดยครั้งนั้นท่านกับพระมารดาได้มาลี้ภัยอยู่ในอารามที่บ้านของคัสโทรม่า[Kostroma]ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของผมนัก และก่อนที่ท่านจะเข้าไปยังบ้านลูกพี่เพื่อทำพิธีรับตำแหน่งเป็นซาร์ผู้ปกครองรัสเซีย ท่านก็ได้แวะมาสวดภาวนาที่อาราม Spaso-Preobrazhensky ซึ่งเป็นศาสนาสถานหลักของบ้านผมด้วย
 
 
ซาร์Mikhail Romanov พร้อม Dmitry Pozharsky (ถือดาบคุ้มกัน) และ Kuzma Minin(คุกเข่า)
จากอนุสาวรีย์ Millenium of Russia ที่ Novgorod
 
[[Photo credit:: Wikipedia]]


       เข้าสู่ยุคราชวงศ์ใหม่แล้ว บ้านผมก็ค่อยๆฟื้นฟูกลับไปสู่สภาพเดิมก่อนจะเกิดความวุ่นวายทั้งหลาย ทำการค้าขายผ่านแม่น้ำโวลก้าไปยังที่ต่างๆจนมีฐานะขึ้นและขยายความเจริญในเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งช่วงกลางคริสตศตวรรษที่ 17 ก็เป็นเมืองใหญ่อันดับที่ 2 รองเพียงลูกพี่ด้วยจำนวนประชากรราว 15,000  
 
       ระยะนั้นค่อนข้างจะมีตระกูลพ่อค้ามีฐานะอยู่กันเยอะเลยครับ จึงเป็นยุคที่มีการก่อสร้างโบสถ์ในเมืองขึ้นหลายแห่งเพราะเหล่าพ่อค้าผู้มั่งมีเขาเหมือนจะแข่งกันน่ะครับว่าโบสถ์ของใครจะสร้างได้งดงามอลังการมากที่สุด  ผมก็เลยได้รับผลพลอยได้กลายเป็นเมืองที่มีโบสถ์เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น Church of Elijah the Prophet, Church of St. Michael the Archangel, Church of St. John the Baptist ที่มีรูปอยู่บนแบงค์ 1000 รูเบิ้ล, The Church of the Epiphany ฯลฯ ที่ยังคงอยู่ถึงทุกวันนี้ก็เป็นผลงานในการสร้างในยุคนั้นทั้งหมด 
 
 
 
 
       ถึงปี 1658 ผมก็เจอไฟไหม้อีกแล้วครับ ก็เป็นอีกหนที่วอดวายไปเกือบหมดและเสียจำนวนประชากรไปอีกเป็นหลักพัน แต่ศาสนาสถานสำคัญหลักของเมืองยังค่อนข้างจะอยู่ครบ เว้นเสียก็แต่โบสถ์อัสสัมชัญที่เสียหายหนักจนต้องทำลายลงแล้วสร้างขึ้นมาใหม่ ตั้งแต่นั้นมา ก็แทบจะไม่มีการก่อสร้างในเมืองด้วยวัสดุที่เป็นไม้อีกแล้วโดยหันมาใช้อิฐกับปูนเสียหมด
 

       แต่พอถึงราวๆปี 1703 เป็นต้นไปที่ซาร์ปีเตอร์ผู้ยิ่งใหญ่ทรงย้ายเมืองหลวงจากบ้านลูกพี่ไปให้น้องอลีนาเป็นแทน....หลังจากนั้นเส้นทางการค้าแทบนี้ก็ซบเซาไปเยอะละครับเพราะน้องอลีนาเป็นเมืองหลวงที่สามารถติดต่ออกทะเลไปยุโรปนอกๆนั่นได้โดยตรงเลย ผมจึงต้องเริ่มปรับตัวซะใหม่กลายเป็นแหล่งอุตสาหกรรมแทน ก็เป็นโชคดีที่ผมพอจะมีเงินทองอยู่บ้างจากก่อนหน้านั้นที่เป็นเมืองท่าขายค้าเลยปรับรับการเข้ามาพัฒนาด้านอุตสาหกรรมได้ไว โดยในปี 1772 Ivan Tames ซึ่งเป็นนักธุรกิจชาวดัทช์ได้มีการเปิดโรงงานทอผ้า 'Krasny Perekop' (Красный Перекоп) ที่ปัจจุบันนี้ก็ยังตั้งอยู่และดำเนินงานในย่าน Krasnoperekopsky ทางด้านใต้ของเมือง เป็นโรงงานอุตสาหกรรมทอผ้าที่เก่าแก่ที่สุดแห่งนึงในรัสเซีย
 
 
โรงงานทอผ้า Krasny Perekop ที่เป็นที่มาของชื่อย่าน Krasnoperekopsky ที่ปัจจุุบันก็ยังดำเนินงานอยู่
 
[[Photo credit:: Wikipedia]]
 

       ครั้นในรัชสมัยของพระนางแคเธอรีนผู้ยิ่งใหญ่[Catherine the Great]ราวปี 1777 ผมซึ่งที่ผ่านมาอยู่ในฐานะผู้น้อยในปกครองของลูกพี่มอสโคว ก็ได้แยกตัวออกมาอยู่ด้วยตัวเองสักที กลายเป็นส่วนปกครองยารัสลาวัล[Yaroslavl Governorate]โดยได้รวมพื้นที่บางส่วนมาจากของส่วนปกครองนอฟโกรอดด้วย ซึ่งสัญลักษณ์ของเมืองที่เป็นรูปหมีถือขวานนั่นก็ได้รับมาจากตอนนั้นละครับ และในปีถัดมาก็ได้รับผังเมืองใหม่มาพัฒนาปรับปรุงยกระดับก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน ตึกรามในสไตล์สถาปัตยกรรมยุโรปตะวันตกและสวนสาธารณะมากมายให้ดูทันสมัยมากขึ้น ซึ่งที่ยังพอจะเห็นได้อยู่ในทุกวันนี้คือส่วนฝั่งเมืองเก่าซึ่งผังเมืองเป็นรูปคล้ายพัดเล็กๆโดยมีโบสถ์ Church of Elijah the Prophet เป็นจุดศูนย์กลางเริ่มต้น รวมถึงในปี 1786....ศูนย์กลางการปกครองทางศาสนาของนักบวชผู้มีตำแหน่งสูงสุดของแถบนี้ก็ได้ย้ายจากบ้านของพี่รัสตอฟมายังบ้านผมครับ โดยย้ายที่พำนักจากในเครมลินของรัสตอฟมายังเขตอาราม Spaso-Preobrazhensky Monastery
 
 
[[Picture credit:: Wikipedia]]


       จากนั้นก็มีการปรับเปลี่ยนครั้ง โดยฐานะของผมได้กลายเป็นจังหวัดยารัสลาวัล[Yaroslavl Province]โดยรวมทั้งพี่รัสตอฟ พี่อูกลิช รีบินสก[Rybinsk]และโมโลก้า[Mologa] และในช่วงอีกร้อยปีต่อมานั้น บ้านผมก็มีการเพิ่มเติมสิ่งก่อสร้างและสาธารณูปโภคอีกหลายอย่าง ทั้ง...

  • -ตั้งสถาบันการศึกษาขั้นสูงซึ่งปัจจุบันนี้สืบทอดต่อมาเป็นมหาวิทยาลัย Yaroslavl Demidov State University ที่เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาหลักแห่งนึงของเมือง ในปี 1803

  • -สร้างสะพานหลักข้ามแม่น้ำโคตาโรสึล’ใกล้ๆกับอาราม Spaso-Preobrazhensky Monastery ปี 1812

  • -ทางเดินเลียบริมฝั่งแม่น้ำโวลก้า สร้างเสร็จในช่วงปี 1820

  • -จวนผู้ว่าของจังหวัดยารัสลาวัล ซึ่งทุกวันนี้ปรับเปลี่ยนไปเป็นหอศิลป์ประจำเมือง ปี1821-1823

  • -ปี 1860 ระบบโทรเลขก็เข้ามาถึงบ้านผม รวมถึงมีการสร้างเส้นทางรถไฟสายแรกไว้เดินทางติดต่อกับลูกพี่ด้วยในอีก 10 ปีต่อมา ปี 1873 ก็มีระบบส่งน้ำ และเริ่มมีบริการรถรางขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าในปี 1900
 
 
 

       .....ขึ้นช่วงปี 1900 เป็นต้นไป ตอนนั้นผมเป็นเมืองอุตสาหกรรมใหญ่แบบเต็มตัวแล้ว โดยเฉพาะหลังมีการสร้างสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโวลก้าในปี 1913 ทำให้ผมสามารถเชื่อมสายรถไฟสายเหนือได้ แม้ว่าจะไม่ได้รับผลกระทบตรงๆจากการสู้รบของสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่เพราะเหตุนั้นประจวบกับการปฏิวัติโค่นล้มระบอบกษัตริย์ก็ทำให้ฐานะเศรษฐกิจของผมเริ่มตกต่ำลง โดยถึงจุดเลวร้ายที่สุดในช่วงสงครามกลางเมืองของรัสเซียซึงในตอนนั้นผมอยู่ฝั่งแดงแบบจำใจ.......
 

       ในคืนต่อรุ่งเช้าของวันที่ 6 กรกฎาคมปี 1918... ช่วงนั้นกองกำลังติดอาวุธของฝ่ายแดงที่ปรกติจะดูแลความสงบในเมืองผมอยู่ ถูกสั่งให้ย้ายกำลังออกไปเพื่อไปเสริมแนวรบทางแถบแม่น้ำคูบัน จู่ๆก็มีพวกผู้ก่อการร้ายที่เป็นฝ่ายขาวลักลอบเข้ามาและทำการยึดอำนาจเมือง จับผู้มีอำนาจปกครองสั่งการเมืองซึ่งเป็นคนของฝ่ายแดงไปฆ่าและบังคับลงเรือไปทอดสมอทิ้งไว้กลางลำน้ำโวลก้าให้อดตาย
 
 
ภาพวาดจำลองถึงเหตุการณ์ที่ฝ่ายแดงโจมตีทำลายยารัสลาวัลเพื่อจัดการกับกลุ่มกบฏฝ่ายขาว

[[Picture credit:: Wikipedia]]

       แม้จริงๆแล้ว...พวกนั้นจะไม่มีทั้งกำลังคนและกำลังอาวุธมากมายเท่าใด แต่ผมกับชาวเมืองตอนนั้นไม่อยู่ในสภาพที่จะต่อสู้ขับไล่ได้จึงได้แต่วางตัวเฉยๆกัน ไม่ต่อต้านชัดแจ้งแต่ก็ไม่ได้สนับสนุน...จนกระทั่งภายหลังจึงทราบว่าพวกนั้นหวังใจไว้ว่าพวกฝ่ายขาวอีกกลุ่มที่จะไปก่อการกบฏที่บ้านน้องชายของผมคือรีบินสกจะสำเร็จแล้วส่งกำลังจากที่นั่นลงมาเสริมที่บ้านผม รวมทั้งรอกำลังทหารของฝรั่งเศสที่หนุนพวกฝ่ายขาวอยู่เคลื่อนพลจาก Arkhangelsk ลงมาสบทบเพิ่ม…
 

        ….แต่ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายของผมที่การกบฏที่รีบินสกนั้นไม่สำเร็จ และพวกฝรั่งเศสก็ไม่เคลื่อนพลมาตามที่นัดหมายด้วย พวกฝ่ายขาวที่ยึดอำนาจจึงไม่สามารถทำอะไรเพิ่มได้จนในที่สุดทางฝ่ายแดงก็รวบรวมกำลังมาเพื่อต่อสู้เพื่อแย่งผมคืน.....
 
 

       ........กลับกลายเป็นว่าพวกฝ่ายแดงที่มา-ช่วย-เสียอีกที่ทำผมเจียนตายยิ่งกว่า พวกนั้นปิดล้อมผมและระดมโจมตีผมแบบไม่ยั้งมือ ไม่ว่าจากปืนใหญ่และทิ้งระเบิดจากเครื่องบินจนเมืองเสียหายทั้งจากการโจมตีโดยตรงและไฟที่เกิดจากการระเบิดแล้วลุกลามไปทั่วไม่สามารถดับได้เพราะสถานีสูบน้ำเพื่อจ่ายน้ำในเมืองก็ถูกทำลายไปแล้ว เหตุการณ์การกบฏจบลงด้วยพวกกบฏไม่ถูกกำจัดไปได้ก็หลบหนีออกไปแล้วในวันที่ 21 กรกฎา
 
 
 

       ผลจากการทำลายล้างราวกับจะลบผมออกไปจากแผนที่ในครั้งนั้น นอกจากเมืองจะเสียหายอย่างใหญ่หลวงแล้ว จำนวนชาวเมืองก็เสียชีวิตไป....ถึงตัวเลขทางการที่บันทึกไว้ในเหตุการณ์นั้นระบุไว้ที่ 600 คน แต่เชื่อเถอะครับ....ถ้านับที่ตกหล่นไม่มีบันทึกไว้กับการตามสังหารคนที่ถูกกล่าวหาเป็นฝ่ายขาวหรือเกี่ยวข้องกับการกบฏยึดอำนาจในครั้งนี้ละก็......จำนวนเป็นหลักพัน.....โดยที่ไม่รู้ว่าจากเท่าไหร่ในจำนวนนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ที่วางตัวเป็นกลางนิ่งเฉยไม่ได้สนับสนุนให้เกิดการกบฏเลย

       ....จากเรื่องครั้งนั้น...ทำให้ผมห่างเหินกับคนที่อยู่ใกล้ๆกันมาตลอดไม่ว่าจะเป็นทเวร์[Tver] หรือ คัสโทรม่าซึ่งส่งกองกำลังการ์ดฝ่ายแดงมาช่วยลงมือทำร้ายผมเพื่อจัดการพวกกบฏ ..รวมถึงลูกพี่ด้วยซึ่งหลังการปฏิวัติโค่นระบอบกษัตริย์และย้ายเมืองหลวงจากน้องอลีนากลับมา ลูกพี่ก็กลายเป็นศูนย์กลางอำนาจของฝ่ายแดงไป....
 


       ประชากรของผมหลังจากเรื่องกบฏ ลดลงจากราวๆ 120,000 กว่าคนลงมาเพียงราว 7 หมื่นกว่า ทั้งด้วยสภาพความเสียหาย ความตกต่ำทางเศรษฐกิจที่ตามมาจนเป็นภาวะอดอยากไปชั่วระยะหนึ่งทำให้ประชากรย้ายออกไปสู่เขตชนบทรอบนอก  ความเสียหายของสิ่งก่อสร้างต่างๆในเมืองนั้นก็มากโขอยู่ ทั้งหอสมุดของเมืองที่ถูกไฟทำลายไปจนสิ้นและโบสถ์ที่เป็นสถาปัตยกรรมเอกของเมืองก็เสียหายตั้งแต่พอซ่อมแซมได้จนถึงระดับที่ได้เพียงแต่ต้องทำลายลงจนจากทั้งหมดโบสถ์ 200 แห่งที่มีอยู่ก่อนเกิดการกบฏ ก็ค่อยๆถูกทำลายไปเรื่อยๆ ทั้งเพราะเสียหายไม่อาจซ่อมแซมได้และรัฐบาลคอมมูนิสต์ผู้ไม่สนับสนุนสิ่งใดๆก็ตามที่เกี่ยวข้องกับศาสนาสั่งให้รื้อทำลายเพื่อเอาพื้นที่ไปใช้อย่างอื่นแทน โบสถ์ที่เหลือรอดมาได้ก็มีเพียงราว 50 แห่ง

       ช่วงทศวรรษที่ 1920 เป็นต้นไป ผมก็ค่อยๆรักษาตัวเองให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมให้มากสุด เมื่อพอจะซ่อมแซมสร้างใหม่เหล่าสาธารณูปโภคทั้งหลายได้แล้ว ก็เริ่มมีอุตสาหกรรมเข้ามาใช้ผมเป็นที่ตั้งผลิตสิ่งต่างๆเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมผลิตยางครบวงจรและอุตสาหกรรมผลิตยานยนตร์ทุกชนิดเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในขณะนั้น ทำให้มีการเปิดโรงไฟฟ้าขนาดย่อยตอบสนองต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าเพื่อการอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น
 
 
แผนที่ตำแหน่งที่ตั้งของเมืองโมโลก้า(Моло́га)ที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อน

 

       ปี 1935 รัฐบาลคอมมูนิสต์นำโดยสตาลิน เกิดความคิดพิลึกๆจะสร้างเขื่อนกักน้ำและใช้เป็นเขื่อนสร้างกระไฟฟ้าที่โค้งแม่น้ำโวลก้าใกล้ๆกับบ้านของรีบินสก......ซึ่งแรกๆผมก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ เกือบจะเป็นไปด้วยดี....จนกระทั่งพวกนั้นตัดสินใจจะเพิ่มความลึกระดับน้ำในเขื่อนเพื่อให้สร้างกระแสไฟฟ้าได้มากขึ้น 

       และในการเปลี่ยนแปลงแบบไม่ได้วางแผนมาก่อนนั้น ทำให้ผมต้องเสียคนรู้จักไปคนนึงคือโมโลก้า ซึ่งในตอนแรกนั้นเป็นพื้นที่ๆจะไม่ถูกน้ำท่วมจึงไม่ได้มีการอพยพคนออกมา เมื่อเป็นเช่นนั้นผมกับรีบีนสกก็ช่วยกันรับคนของเขามาอยู่ด้วยจนกระทั่งท้ายที่สุดในวันที่ปล่อยน้ำเข้าเขื่อนจนเขาจมหายไป.....ตอนนั้นก็ยังมีประชากรของเขาซึ่งไม่ยอมย้ายออกและจมหายไปพร้อมกันถึงร่วม 300 คน
 
 

       ...เมื่อได้เขื่อนรีบินสกมา สภาพอากาศแถบนี้ก็เปลี่ยนแปลงไปพอดู ด้วยจำนวนมวลน้ำมหาศาลทำให้ความชื้นในอากาศเพิ่มขึ้นจนหน้าหนาวนั้นไม่ได้หนาวเย็นมากเท่ากับที่เคย การเปลี่ยนแปลงอีกครั้งเข้ามาในปี 1936 เมื่อผมแยกตัวออกมาจากที่ถูกรวมเข้าไว้ใน Ivanovo Industrial Oblast ตั้งแต่ปี 1929 โดยครั้งนี้ผมแยกบ้านออกมาเป็นเขตปกครองยารัสลาฟ[Yaroslavl Oblast] ซึ่งพี่ๆน้องๆที่เคยอยู่ด้วยกันมาแต่ก่อนก็ตามมาอยู่กันพร้อมหน้า ทั้งพี่รัสตอฟ พี่อูกลิช รีบินสก....โดยมีสมาชิกเพิ่มเข้ามาคือเปเรสลาวัลซึ่งเคยอยู่รวมกับบ้านลูกพี่มาก่อนและ.....คัสโทรม่าก็ออกมาอยู่บ้านเดียวกันด้วย..........แต่สุดท้ายเขาก็แยกออกไปเป็นเขตปกครองคัสโทรม่าตอนปี 1944
 
 
 

       ตามที่สังเกตได้จากชื่อเขตละครับ.... เนื่องจากตอนนั้นบ้านผมมีจำนวนประชากรและความเจริญมากที่สุดจึงถูกกำหนดให้เป็นศูนย์กลางอำนาจกลางปกครองของเขต ผมก็เลยต้องกลายเป็นตัวแทนของเขตบริหารดูแลทุกคนไป ทั้งๆที่ในบ้านก็มีคนที่อายุเยอะกว่าผมรวมถึงเคยเป็นเจ้านายเก่าผมด้วยอย่างพี่รัสตอฟ
 


       เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 มาถึง ตัวผมเองไม่ได้รับผลกระทบในด้านการเป็นสมรภูมิสู้รบโดยตรงเพราะมีแนวการวางกำลังทหารของกองทัพโซเวียตที่คอยป้องกันไม่ให้พวกเยอรมันเข้ามาตีบ้านลูกพี่ช่วยหยุดยั้งการเคลื่อนพลของฝั่งเยอรมันให้ห่างๆบ้านผม แต่ก็ได้ส่งประชากรออกไปทำการช่วยรบในแนวหน้าถึง 600,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้...ราวๆ 200,000 คนไม่ได้กลับมาอีก..................

       ช่วงนั้นผมเองไม่ได้ออกไปช่วยรบด้วยตัวเองหรอกครับ เพราะหน้าที่ๆสำคัญกว่าของผมตอนนั้นคือเร่งการผลิตด้านอุตสาหกรรมต่างๆอย่างเต็มกำลังทั้งวันทั้งคืนเพื่อส่งของสนับสนุนไปให้กองทัพ ไม่ว่าจะเป็นยานพาหนะทางทหาร ต่อเรือรบส่งไปให้กองเรือลาดตระเวนแม่น้ำโวลก้า ชิ้นส่วนอาวุธเช่น ขีปนาุวุธคัทยุชช่า[Katyusha], ปืนPPSh-41, ระเบิดต่างๆ, ชิ้นส่วนสำหรับประกอบรถถัง, เครื่องยนตร์สำหรับรถถัง, เสบียงอาหาร รวมถึงแม้แต่ตัดเย็บชุดเครื่องแบบทหารและเต็นท์ที่พักสำหรับกองทัพ  โรงงานอุตสาหกรรมทั้งหลายในเมืองต่างหยุดการผลิตสินค้าปรกติไว้ก่อนแล้วหันมาผลิตแต่ของส่งกองทัพรวมทั้งหมดถึง 760 รายการและเฉพาะช่วงนั้นช่วงเดียว การเติบโตของผลผลิตทางอุตสาหกรรมสูงขึ้นถึง 12.2%
 
 
ย่านกลางเมืองยารัสลาัวัลในช่วงปี 1940
 
 

       .....แม้ฝั่งเยอรมันจะเข้ามาทางภาคพื้นดินไม่ถึงตัวผม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะปลอดภัยจากฝั่งนั้นโดยสิ้นเชิงนะครับ ด้วยความที่ผมมีสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโวลก้าในตำแหน่งที่อยู่ใกล้ที่สุด พวกนั้นจึงหมายจะยึดผมไปให้ได้ ถึงได้ขยันส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดใส่ผมอยู่เรื่อยๆในช่วงปี 1941-1943 เป็นโชคดีไปที่ผมโดนคล้ายกันหนักๆมาก่อนจากเมื่อปี1918จนประสาทด้านชาไปแล้ว //เอาไม้ฮอกกี้ฟาดผปค.แป๊บว่าเขียนอะไรมาเนี่ย??  แต่ก็เป็นโชคดีที่ไม่ได้เสียหายหนักมากเท่าไหร่เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ
 

       อีกด้านนึงนั้น พวกผมต้องรับทั้งคนบาดเจ็บจากการรบด้านตะวันตกเฉียงเหนือรวมถึงผู้อพยพจากส่วนที่ได้รับผลกระทบด้วย โดยเฉพาะเด็กๆที่อพยพออกมาจากบ้านน้องอลีนาที่ถูกปิดล้อมอยู่ ตามที่บันทึกไว้ช่วงนั้นผมกับพี่น้องช่วยกันรับผู้อพยพจากบ้านน้องอลีนาเข้าเป็นจำนวน 136,000 คน จากเขตรอบๆนั้นอีก 46,000 จากบ้านลูกพี่ 24,000 รวมผู้อพยพลี้ภัยทั้งหมดจากเขตอื่นๆด้วยก็ประมาณ 265,000 คน
 
 
รถไฟหุ้มเกราะ (Armored train) ของกองทัพโซเีวียตซึ่งใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ถูกสร้างขึ้นในยารัสลาวัล
 
 

       พอจบสงครามที่บ้านผมเป็นฝ่ายชนะแล้ว พวกผมก็ได้รับ..หน้าที่...ใหม่.......จากรัฐบาลครับ คือเป็นที่ตั้งของค่ายนักโทษสงครามถึง 6 แห่ง มีอยู่ที่บ้านผมเอง, บ้านของรีบินสก, Berendeevo ใกล้ๆกับบ้านของเปเรสลาวัล และ Petrovskoye ไม่ห่างบ้านพี่รัสตอฟมากนักอย่างละ 1 ที่ ส่วนบ้านพี่อูกลิชนั้นมี 2 แห่ง
 
 
       .....ก็ใช่ว่าผมอยากจะ –ทำ- หรอกนะครับ แต่ถ้าไม่ทำตามที่พวกรัฐบาลคอมมูนิสต์สั่ง.....คนที่จะโดนเสียเองก็คงไม่พ้นผมนี่ละ ......เฮ่อ....

 
 

       หมดยุคสงครามและความไม่สงบทั้งหลายไป ผมก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำงานงกๆต่อไปในฐานเมืองอุตสาหกรรมพร้อมๆกับเศรษฐกิจของบ้านที่เริ่มกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง ในปี 1961 ก็ได้มีการเปิดโรงกลั่นน้ำมันขึ้นที่บ้านผมและจนถึงตอนนี้ก็ยังนับเป็นอุตสาหกรรมหลักอย่างนึงของเมือง ในคราวเดียวกันนั้นก็เริ่มมีการขยับขยายขอบเขตของเมือง มีเขตที่อยู่อาศัยเพิ่มมาขึ้นพร้อมๆกันหลายที่แม้กระทั่งที่อีกริมฝั่งแม่น้ำโวลก้าตรงข้ามกับตัวเมืองดั้งเดิมซึ่งไม่เคยมีการไปพัฒนาสร้างอะไรทางฝั่งนั้นมาก่อน นอกจากนั้นยังได้มีการตั้งโรงเรียนทหารครั้งแรกในปี 1951 และได้ปรับเปลี่ยนมาเรื่อยๆจนปัจุบันนี้คือโรงเรียนสอนเทคนิคการใช้ขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานและเรดาร์ตรวจจับอากาศยาน เป็นสาขาของโรงเรียนกองทัพอากาศรัสเซีย Military Space Academy AF Mozhaysky ภายใต้ชื่อ Yaroslavl Higher School for Anti-Aircraft and Missile Defence
 
[[Photo credit::http://www.vko.ru]]
 

       ทว่าช่วงนั้นแม้จะมีการก่อสร้างอะไรใหม่เพิ่มขึ้นมาในบ้านผม สิ่งที่ต่างออกไปก็คือ ไม่มีการสร้างโบสถ์ขึ้นมาใหม่โดยสิ้นเชิงครับ เพราะลำพังแต่โบสถ์เดิมที่มีอยุ่แล้ว พวกรัฐบาลคอมมูนิสต์ก็เอาไปใช้ในทางที่มิควรเสียทั้งนั้น ไม่ว่าจะปรับเป็นพิพิธภัณฑ์หรือโกดังเก็บของ แต่ก็....ได้การสนับสนุนด้านกีฬาเข้ามาแทนครับ ช่วงนี้นี่เองที่ทีมกีฬาหลักของเมือง 2 ทีมเริ่มก่อตั้งขึ้นมา คือทีมฟุตบอล ชินนิค ยารัสลาวัล [Shinnik Yaroslavl]ตั้งแต่ปี 1957 กับ ทีมฮอกกี้น้ำแข็งของบ้านผมซึ่งสมัยนี้รู้จักกันในชื่อ โลโกโมทีฟ ยารัสลาวัล[Lokomotiv Yaroslavl]ในปี 1959

        เพราะการปรับบ้านผมให้ทันสมัยมากขึ้นหลายๆทางในยุคนั้น ทำให้นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมมีประชากรเกิน 500,000 คนตั้งแต่เกิดมา.... และปี 1971 ผมได้รับมอบเหรียญ Order of the Red Banner of Labour ในฐานะที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่บ้านโซเวียตในด้านวัฒนธรรม, อุตสาหกรรม และ วิทยาศาสตร์ (ผู้หญิงคนแรกที่ขึ้นไปในอวกาศคือ วาเลนติน่า เทเรชโคว่า[Valentina Tereshkova] เธอมีพื้นเพมาจากเขตยารัสลาฟนี่ละครับ) ก่อนจะได้รับอีกเหรียญในปี 1985 คือเหรียญ Order of October Revolution ในฐานะที่ช่วยสนับสนุนให้ลัทธิคอมมูนิสม์เติบโตอย่างมั่นคงหรือช่วยสร้างความเข้มแข็งให้แก่บ้านโซเวียตทั้งทางทหารและด้านทั่วๆไป

 
วาเลนติน่า เทเรชโคว่า ผู้หญิงคนแรกที่ขึ้นไปบนอวกาศในปี 1963
 
 

        ในช่วงที่บ้านโซเวียตใกล้จะล่มสลายนั้น โบสถ์ต่างๆในบ้านผมก็ค่อยๆเริ่มได้รับการให้สิทธิ์กลับคืนมาเป็นศาสนสถานของนิกายรัสเซียออร์โธดอกซ์อีกครั้ง ผู้คนจึงเริ่มสนใจตัวผมมาขึ้นในฐานะเมืองท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ด้วยเหตุฉะนั้นผม พี่รัสตอฟ เปเรสลาวัล รืแม้กระทั่งพี่อูกลิชกับรีบินสกก็ได้ถูกจัดเข้าเป็นเหล่าเมืองใน Golden Ring ของรัสเซียที่เป็นกลุ่มเหล่าเมืองเก่าที่เคยมีบทบาทความสำคัญในแถบนี้ซึ่งถือเป็นหัวใจแต่ดั้งเดิมของชาติรัสเซีย 

        ....ด้วยเหตุนั้น.....เลยทำให้มีการซ่อมแซมโบสถ์ทั้งหลายที่มีอยู่แล้วรวมถึงเปิดศาสนสถานที่เคยถูกปิดทิ้งลืมในช่วงคอมมูนิสต์กลับขึ้นใหม่ขึ้นมาอย่างเอิกเกริก โดยเฉพาะที่เด่นสุดคงจะเป็นอาราม Tolga Monastery ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำโวลก้าไป
 
 

       หลังการล่มสลายลงของบ้านโซเวียต ผมก็ไม่ได้รับผลกระทบมากจนเลวร้ายนัก ยังพอจะเอาตัวเองรอดรักษาฐานะความเป็นทั้งเมืองอุตสาหกรรมและเมืองวัฒนธรรมที่โดดเด่นจนกระทั่งในปี 2005 ทางยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนย่านเมืองเก่าของบ้านผมให้เป็นมรดกโลกอีกแห่งของรัสเซีย จากอนิสงส์ของการยังรักษาโบสถ์แบบสถาปัตยกรรมรัสเซียดั้งเดิมและผสมผสานกับสถาปัตยกรรมแบบยุโรปตะวันตกที่ท่านแคเทอรีนผู้ยิ่งใหญ่มอบให้เมื่อสองร้อยกว่าปีก่อน ....ผมเลยก็มีเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่บูมขึ้นมาแบบยิ่งเห็นได้ชัด.......แม้ว่าส่วนใหญ่คนที่มาเที่ยวก็จะเป็นคนในบ้านรัสเซียหรือไม่ก็คนจากอดีตบ้านโซเวียตด้วย นักท่องเที่ยวต่างชาติจากที่อื่นไม่ค่อยมีมากเท่าไหร่หรอกครับ


       พอพ้นไปจากการได้รับสถานะมรดกโลก...แป๊บเดี๋ยวฝ่ายบริหารบ้านผมก็ทำสุ่มเสี่ยงจะโดนถอดออกเสียแล้วครับ ...เนื่องจากมีการอนุมัติโครงการสร้างสารพัดไม่ว่าจะสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโวลก้าเพิ่มอีกแห่ง สวนสัตว์ที่เขตนอกเมือง ท้องฟ้าจำลอง เปิดคณะละครสัตว์ ปรับปรุงสวนสาธารณะตรงสเตรลก้าที่เป็นที่เกิดของผมและทัศนียภาพรอบเมือง(นั่นหมายถึงซ่อมหลุมอุกาบาต(?)บนพื้นผิวจราจรในเมืองขนานใหญ่ด้วยครับ)

       อืม...แต่ที่เป็นปัญหาหนักอกที่สุด คือการสร้างโบสถ์อัสสัมชัญขึ้นมาใหม่ในบริเวณเดิมซึ่งโบสถ์อัสสัมชัญเก่าที่ถูกทำลายไปในช่วงคอมมูนิสต์นั้นเคยตั้งอยู่ ณ จุดเนินเหนือแหลมสเตรลก้าครับ เนื่องจากทางยูเนสโก้เขาไม่อยากให้มีสิ่งก่อสร้างอะไรที่สูงเหนือสิ่งก่อสร้างเก่าๆที่มีอยู่เดิมในย่านนั้นซึ่งเป็นเขตเมืองเก่าที่ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แล้วโบสถ์ที่จะสร้างใหม่นี่ก็มียอดโดมสูงถึง 70 เมตรซึ่งสูงกว่าสิ่งก่อสร้างอื่นๆทั้งหมดในระแวกนี้เลยทีเดียวครับ.......สุดท้ายหลังจากปรึกษาให้ดูแผนงานการก่อสร้างก็ตกลงกันได้ ผมเลยได้โบสถ์หลักประจำเมืองกลับคืนมาอีกที่นึงและยังคงสถานะมรดกโลกไว้ได้ด้วย
 
 
โบสถ์อัสสัมชัญโดมทองซึ่งยอดสูงเด่นที่สุดของย่านเมืองเก่า สร้างเสร็จในปี 2010
 
 
 
น้ำพุดนตรีประกอบแสงสี Singing Fountains ที่สวนสเตรลก้า - 1 ใน "ของเล่น"ในวาระครบรอบ 1000 ปี
 
 

       กำหนดการณ์ทั้งหมดทั้งมวลก็ทำเอาที่บ้านชุลมุนวุ่นวายกันอยู่ติดๆกัน 3-4 ปีละครับ แต่ผมก็ไม่ได้บ่นละนะ.....เพราะเขาก็พยายามทำเพื่อผมกันนี่ ได้งบจากรัฐบาลมาสนับสนุนเยอะเลยละครับ นอกจากงบสนับสนุนเรื่องก่อสร้างปรับปรุงต่างๆแล้ว ทางลูกพี่กับปธน.เมดเวเดฟก็.....พยายามจะดันๆให้ผมออกสู้หน้าต่างชาติมากขึ้น ด้วยการเป็นเจ้าภาพด้านสถานที่จัดงานสัมมนาวิชาการนานาชาติ Yaroslavl Global Policy Forum ตั้งแต่ปี 2009-2011.....

       .....ที่บอกว่าเป็น-เจ้าภาพสถานที่- ก็เพราะผมก็แค่รับเป็นสถานที่จัดเท่านั้นเองจริงๆครับ งบประมาณ การบริหาร การเชิญใครๆให้มางานนั่นทางปธน.เมดเวเดฟและลูกพี่(บังคับ)จัดการเองทั้งหมด ด้วยเหตุนั้นประชาชนที่บ้านผมเขาก็เลยไม่ค่อยพอใจลูกพี่กับพรรครัฐบาลเมดเวเดฟกับปูตินเท่าไหร่หรอกครับ........แต่ผมไม่อยากพูดเรื่องการเมืองนักเลย .....เฮ่ออออออ
 
 
 
       ปี 2010.... วันที่ 10-12 กันยา..... ผมก็ได้ฉลองอายุครบ 1000 ปี

;
 

       …….แต่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดกับเลวร้ายที่สุดตั้งแต่หลังสงครามมา กลับห่างกันแค่ 12 เดือน.....
 
 

       7 กันยายน 2011.....หากวันนั้นจะมีข่าวอะไรที่จะทำให้คนหันมาสนใจผม... ก็ควรจะเป็นแค่ข่าววงแคบๆของผู้ที่สนใจงานสัมมนาที่จัดติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ...แต่ในวันนั้นเอง กลับกลายว่าความสนใจจากแทบทุกส่วนของบ้านรัสเซีย...เบลารุส ลัตเวีย .......ไกลไปจนถึงเยอรมัน สวีเดน เชค สโลวาเกีย แม้กระทั่งจากแคนาดานั้นได้มุ่งมายังตัวผม

       สิ่งที่เกิดขึ้นคือ 2011 Lokomotiv Yaroslavl air disaster หรือเหตุการณ์เครื่องบินเช่าเหมาลำที่มีกำหนดจะพาทีมฮอกกี้บ้านผมไปแข่งเกมเปิดฤดูกาลที่บ้านของมินสกเขาได้เกิดตกขณะพยายามจะขึ้นบิน ทำให้บุคลากรของทีมที่อยู่บนเครื่องทั้งผู้เล่นและสตาฟฟ์โค้ช 37 คนเสียชีวิตทั้งหมด
 
 
ดิมิทรี่ เมดเวเดฟซึ่งขณะนั้นเป็นปธน.ของรัสเีซีย มาวางดอกไม้อาลัยที่จุดเกิดเหตุในเช้าัวันรุ่งขึ้น
 
 

       เหตุการณ์นั้นทำให้คนในเมืองตกในภาวะเศร้าสลดกันไปหมด (ลองถามคุณแมนเชสเตอร์ดูเถิดครับ เขาอาจจะเข้าใจเพราะเรื่องของทีมแมนฯยูฯที่มิวนิคเมื่อหลายสิบปีก่อน ผู้บริหารแมนฯยูฯก็เป็นคนแรกๆที่ส่งสารแสดงความเสียใจกับผม) แต่ที่สำคัญนอกเหนือจากนั้นในฐานะเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อทั้งบ้านจนผมต้องขอหยิบมาพูดถึง เพราะมันเป็นการ-ปลุก-ความกระตือรือร้นของทุกคนในบ้านรัสเซียที่จะทำให้อุตสาหกรรมการบินภายในบ้านปลอดภัยยิ่งขึ้น เพื่อไม่ไห้เกิดเหตุแบบนี้ซ้ำขึ้นมาอีกในอนาคต และทุกวันนี้ทางลีกฮอกกี้ KHL ก็ประกาศงดการแข่งในวันที่ 7 กันยายนของทุกปีเพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์นั้น

       ส่วนทางตัวผมเองกับชาวเมือง....ก็ได้เพียงก้มหน้าก้มตาช่วยกันสร้างทีมขึ้นมาใหม่และหลังจากดรอปการเข้าร่วมแข่งในลีกKHL ไป 1 ปีเพื่อสร้างทีมในลีกที่ต่ำกว่า ทีมฮอกกี้ของบ้านผมก็ได้กลับขึ้นมาบนลีกสูงสุดของยุโรปอีกครั้งในฤดูฏาล 2012-2013

 

       ถึงตอนนี้น่ะเหรอครับ? ที่บ้านผมก็ยังคงเหมือนเดิม เป็นเมืองเขตที่ลูกพี่กับรัฐบาลกำลังพยายามส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ ตอนนี้อุตสาหกรรมที่บ้านผมที่เป็นการลงทุนจากต่างชาติก็มีของคุณญี่ปุ่นน่ะครับ มาตั้งโรงงานฐานผลิตเครื่องจักรใช้ในงานก่อสร้างของ Komatsu กับโรงงานผลิตยาของบริษัท Takeda และก็........จากเบลารุส...................................เป็นอุตสาหกรรมพวกเครื่องจักรการเกษตรแบบนั้นละครับ //รีบตัดจบ(?)

       ที่เหลือตอนนี้ก็เจรจาหานักลงทุนเพิ่มไปเรื่อยละครับ ผมถึงได้ถูกฝ่ายบริหารปกครองที่บ้านส่งมาเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มที่เกาะ W นี่ไงครับ


 
สถานที่น่าสนใจของเมืองยารัสลาวัลและเมืองอื่นๆในเขตปกครองยารัสลาฟ -
 
 
โบสถ์เล็ก Alexander Nevsky Chapel และ ลานน้ำพุหลังศาลา่ว่าการเมือง
 
 

Planaterium ใหม่ของเมืองสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ Valentina Tereshkova
 

 
อาราม Spaso-Preobrazhensky Monastery ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโคตาโรสึล
 
 
 
Strelka - แหลมที่ยื่นขนานไปกับแม่น้ำโวลก้าและมีจุดบรรจบกับแม่น้ำโคตาโรสึลที่ปลายแหลม
 

 
น้ำพุประกอบแสงสีที่ Strelka โดยมีโบสถ์ Assumption ที่สร้างเสร็จปี 2010 เป็นฉากหลัง
 

 
ทางเดินเลียบฝั่งแม่น้ำโคตาโรสึลซึ่งจะโค้งไปเชื่อมกับทางเดินริมฝั่งน้ำโวลก้าและเห็น Strelka อยู่ด้านล่าง
 

 
ทางเดินชมวิวเลียบริมฝั่งน้ำโวลก้า สร้างตั้งแต่ปี 1820
 



รูปปั้นของ Fyodor Volkov ผู้ซึ่งก่อตั้งโรงละครแห่งแรกของรัสเซียโดยมี Volkov theater เป็นฉากหลัง
 

 
ถนน Kirov ในย่านใจกลางเขตเมืองเก่า เป็นย่านถนนคนเดินการค้าที่สำคัญสุดในยารัสลาวัล
 
 
 
โบสถ์โดมสีเงิน ตั้งอยู่ภายใน Kremlin ของเมือง Rostov - 50 กิโลทางใต้ของยารัสลาวัล
 

 
ประติมากรรม Mother Volga ในเขื่อนกักเก็บน้ำจากแม่น้ำโวลก้าที่รีบินสก - 85 กิโลทางตะวันตกเฉียงเหนือของยารัสลาวัล
 
 
 
 
นิสัย -
 
  •        -เป็นพวกเคร่งศาสนาเอาการอยู่ เนื่องจากตามประวัติศาสตร์มาเป็นเมืองที่เคยมีบทบาทในการช่วยเผยแพร่และทำให้ศาสนาคริสต์รัสเซียนออร์โธดอกซ์ในย่านลุ่มน้ำโวลก้าตอนบนมีรากฐานที่เข้มแข็ง ก่อนหน้านี้ก็เคยได้รับการทำนุบำรุงด้านศาสนาเป็นอย่างดีไม่ว่าจะจากซาร์เช่น อิวานที่ 4 หรือจากเหล่าตระกูลที่ร่ำรวยจากการค้าขายทางน้ำที่อยู่ในเมืองที่สร้างโบสถ์ขึ้นอย่างมากมาย รวมถึงแม้ในยุคปัจจุบันก็ยังเป็นที่ตั้งของมุขมณฑลเขตรัสตอฟ-ยารัสลาวัลด้วย เข้าโบสถ์ทุกสุดสัปดาห์ ช่วงไหนมีเรื่องหนักใจ(?)มากๆอาจจะแทบไปค้างที่โบสถ์(...)


  •        -....สืบเนื่องจากข้อบน หมอนี่ไม่วายนะครับ เพราะที่รัสเซียตอนนี้มีกฏหมาย Anti-Gay propaganda คือกฏหมายที่ถ้าใครทำอะไรที่เป็นการโปรโมทความสัมพันธ์แบบที่ไม่ใช่ traditional relationship (คือความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่ชายกับหญิงนั่นแล)ถือว่าผิดกฏหมายเอาเข้าคุกได้ แต่ปัจจุบันนี้ขอบเขตการบังคับใช้ก็ยังมั่วๆไม่ชัดเจนอยู่ แม้จะบอกว่าไม่ใช่กฏหมายห้ามคนเป็นเกย์ แต่กฏหมายตัวนี้ก็ทำให้เกย์ในรัสเซียมีชีวิตอยู่ลำบากขึ้น บางทีถูกจับโดยไม่มีข้อหาชัดเจนแต่อ้างว่าจับเพราะทำผิดกฏหมายตัวนี้รวมถึงทำให้ถูกทำร้ายร่างกายบ่อยขึ้นด้วย ส่วนนึงที่มีกฏหมายตัวนี้ออกมาก็เพราะความที่รัสเซียเป็นประเทศนับถือคริสต์ออรโธดอกซ์แบบเคร่งด้วยซึ่งมักประณามความสัมพันธ์ที่"ไม่เป็นไปตามแบบแผนดั้งเดิม"

       ส่วนตัววาเลนจะไม่แสดงอาการรังเกียจออกนอกหน้าหรืออะไรหรอกครับ จะไม่ยุ่งมากกว่าตราบใดที่ยังเป็นเรื่องของคนอื่น แต่ถ้ามาคุกคาม(จีบนั่นเอง)หมอนี่ จะได้เห็นปฏิกิริยาต่อต้านขั้นรุนแรง(?) (สติแตกร้องโวยวายหนีสุดชีวิต) เพราะหมอนี่ผวาว่าถ้ามีภาพหลุด(?)ไปถึงที่รัสเซีย ชีวิตตัวเองจะไม่ปลอดภัยเอาถ้าโดนใครเข้าใจ(ผิดๆ)ว่าเป็นเกย์
 

  •        -ภายนอกทั่วไปตอนนี้ ค่อนข้างจะเป็น Xenophobia อยู่จากหลายๆสาเหตุแม้ว่าสมัยก่อนที่เคยเป็นเมืองค้าขายจะทำให้ได้เจอชาวต่างชาติบ้าง ....สาเหตุหลักก็คงไม่พ้นเรื่องที่ถูกกบฏฝ่ายขาวยึดแล้วเกือบจะถูกกำลังของต่างชาติที่สนับสนุนฝ่ายขาวเข้ามายึดครองทำให้เจ้าตัวเกิดอาการเป็นทั้ง PTSD(อาการซึมเศร้าหลังเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงกระทบจิตใจหรือชีวิต) และเริ่มไม่ไว้ใจคนต่างชาติ  ยิ่งพอกลายเป็นโซเวียตทำให้ยิ่งรู้สึกว่าต่างชาติมองหมายหัว(?)บ้านตัวเองมากขึ้นจนระวังตัวกับคนแปลกถิ่นตลอด ตอนนี้แม้โซเวียตจะล่มสลายและจบสงครามเย็นไปแล้ว ก็ยังจะมีอาการให้เห็นอยู่คือไม่ค่อยกล้าทักกล้าคุยกับชาวต่างชาติเพราะวางตัวไม่ค่อยถูก กลัวว่าถ้าเผลอทำพฤติกรรมอะไรออกไปที่เป็นแบบรัสเซีย(ซึ่งคนต่างชาติไม่เข้าใจจะมองว่ารุนแรงหรือกดขี่สิทธิ์เกินไป)แล้วจะทำให้พ่อเดือดร้อน(?)ต้องแก้ข่าวในขณะที่กำลังพยายามจะเปิดประเทศอยู่
 

       ลำดับความกล้าคุยกล้าเข้าหาอีกฝ่ายเรียงจากมากไปน้อย บ้านรัสเซียด้วยกัน → เมืองพี่เมืองน้องไม่ว่าจะชาติไหน → ชาวสลาฟด้วยกัน → ชาติอื่นแทบทุกชาติยกเว้นเมืองพี่เมืองน้อง → มินสก(ผู้โชคร้ายถูกเลือกปฏิบัติด้วยความไม่ยุติธรรม)
 
       กลุ่มพิเศษที่หมอนี่ไม่กลัวแต่ก็จะทำเย็นชาใส่ - โปแลนด์กับลิทัวเนีย รวมถึงเมืองอื่นๆประเทศใดๆก็ตามที่สืบประวัติเจอว่าเคยอยู่กับสองประเทศนั้นตอนช่วงวุ่นวายสมัยปี 1600-1613 (เพราะหมอนี่เป็น 1 ในโต้โผที่ไปสู้กับทัพโปล-ลิทัวเนียจนไล่ออกจากรัสเซียไปได้)
 

  •        -ไม่ค่อยถูกโรคกับมอสโควนักแม้จะอยู่ด้วยกันมานานก็ตาม เพราะความประทับใจแรก(?)เลยคือมอสโควมาไถบรรณาการวาเลนไปให้มองโกล(...) ถ้าไม่ให้มอสโควจะฟ้อง(?)มองโกลให้มาตีไม่ก็รับหน้าที่จัดการตีให้แทนมองโกล  ต่อมาเมื่อมอสโควเป็นอิสระจากมองโกลก็มาข่มขู่(?)วาเลนว่าจะยอมเข้าบ้านมอสโคว(ด้วยการถูกซื้อซึ่งเจ้าตัวมองว่าเหมือนขายทาสชัดๆ)หรือจะไม่ยอมแล้วโดนถล่มให้ราบไปเลย  เนื่องจากถูกผุ้ปกครองคนสุดท้ายในฐานะเมืองอิสระสั่งเสียไว้ว่าให้ทำตัวดีๆกับ"เจ้านาย"คนใหม่ วาเลนเลยไม่เคยมองมอสโควเป็นเพื่อนหรือพี่น้องเลย มองเป็นเจ้านายตลอด ...ยิ่งหลังจากการถูกปราบกบฏแรงๆตอนปี 1918 เลยยิ่งหวาดระแวงมอสโควเข้าไปใหญ่เพราะเชื่อว่าคนที่ส่งทหารฝั่งแดงมาจัดการตัวเองแรงๆคงเป็นคำสั่งมาจากมอสโควที่เป็นฐานอำนาจของฝั่งบอลเชวิค

  •        -ลึกๆยังเป็นคนที่ผูกพันกับระบบการปกครองแบบกษัตริย์อยู่ เพราะตัวเองเกิดมาจากกษัตริย์เป็นผู้ตั้งแถมยังมีโอกาสได้เห็นผู้เป็นต้นราชวงศ์โรมานอฟก่อนที่จะกลายเป็นซาร์อย่างเป็นทางการด้วย ทำให้รู้ดีว่าซาร์มิคาอิลที่ 1 ต้องทรงแบกรับภาระไว้มากเท่าไหร่ (ตามข้อมูลว่าบอกหลังจากพระองค์ถูกเลือกให้เป็นซาร์องค์ใหม่แล้ว หากพระองค์ปฏิเสธไม่ยอมรับตำแหน่ง จะถูกให้รับผิดชอบในฐานะผู้ทำให้รัสเซียล่มสลาย) ดังนั้นก็เลยจะไม่ค่อยชอบคอมมูนิสต์นัก ทั้งเพราะล้มราชวงศ์และทำให้คนรู้จักต้องตายไป(โมโลก้าตอนสร้างเขื่อน) แต่ก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาเงียบๆทนไปหวังว่าจะทำให้คนในเมืองตัวเองปลอดภัย ยิ่งมาเกิดเรื่องกบฏจนตัวเองเจ็บหนักแบบไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยเลยทำให้เป็นคนไม่ชอบเรื่องการเมืองหนักเข้าไปอีก


  •        -ค่อนข้างจะเป็นพวกขยันอยู่พอตัวด้วยความที่ช่วง 300 กว่าปีหลังนี่ปรับตัวไปเป็นเมืองอุตสาหกรรมแทน เนื่องจากที่บ้านอุตสาหกรรมหลักคือพวกผลิตเครื่องจักรกลเครื่องยนตร์ทั้งรถทั้งเครื่องบินทำให้พอจะถนัดเรื่องซ่อมเครื่องยนตร์กลไกอยู่


  •        -แต่เห็นอย่างนั้นหมอนี่ถนัดทางศิลป์พวกเต้นกับเล่นดนตรีอยู่พอตัวเนื่องจากเป็นเมืองเด่นทางวัฒนธรรมมาก่อน แถมยังเป็นเมืองที่ตั้งโรงละครแห่งแรกในรัสเซียในปี 1750 ด้วย แต่จะออกแนวดนตรีกับการเต้นพื้นเมืองของรัสเซียมากกว่าแบบสากล เครื่องดนตรีที่เล่นได้จะเป็น Bayan(accordionรัสเซียซึ่งที่กดเป็นปุ่มๆไม่ใช่คีย์แบบเปียโน) Zhaleika(ทรัมเป็ตรัสเซีย) แล้วก็ Balalaika  ส่วนแบบสากลที่พอเล่นได้จะเป็น Clarinet


  •       -จริงๆเป็นพวกสู้คนนะ ถ้าให้สู้เพื่อปกป้องพี่น้องรัสเซียด้วยกันละถึงไหนถึงกัน แต่ปัจจุบันเห็นหงอเหงียมสนิทเถียงใครก็ไม่ค่อยจะเป็นแบบนั้นเพราะโดน PTSD เล่นงานมาจะร้อยปีแล้ว หนแรกก็ตอนปี 1918 แล้วมาเกิดซ้ำตอนเหตุการณ์เครื่องบินทีมฮอกกี้ของเมืองตกที่สนามบินในบ้านตัวเองเลยเมื่อ 2 ปีก่อนด้วยความที่ตัวเองชอบตามเชียร์ทีมฮอกกี้มานาน ตอนนี้กำลังพยายามรักษาอยู่แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะหายเมื่อไหร่


  •        -ตัวโตเนื่องจากช่วงนึงนั้นเคยเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของรัสเซียรองจากมอสโควเลยทีเดียว เลยโตพรวดๆอยู่พักนึง พอตอนหลังโดนหั่นๆพื้นที่ออกบ้าง ประชากรไม่ได้เยอะจนเป็นเมืองใหญ่ติด 20 อันดับแรกแล้วบ้าง....หมอนี่ก็ยังตัวโตอยู่ดีเพราะร่างคนโตแล้วโตเลยกลับไปเล็กไม่ได้(?)


  •       -เพราะเรื่องเครื่องบินทีมฮอกกี้ตกที่สนามบินบ้านตัวเองเมื่อปี 2011 ทำให้หมอนี่เป็นโรคกลัวเครื่องบินครับ ให้ขึ้นเครื่องบินไปไหนทีจะเกิดภาวะเครียดขึ้นมาทุกที แต่อาการจะหนักสุดกลัวที่สุดถ้าต้องขึ้นเครื่องบินที่เป็นรุ่นผลิตในรัสเซีย / สายการบินของรัสเซีย / นักบินเป็นคนรัสเซีย  เพราะทั้งสามอย่างนั่นคือสิ่งที่มีทั้งหมดในเหตุเครื่องบินตกที่บ้านและสาเหตุหลักๆเกิดจากนักบินไม่พร้อมและสายการบินดำเนินงานอย่างสะเพร่า ทำให้เจ้าตัวหมดสิ้นความมั่นใจกับอุตสาหกรรมการบินของประเทศตัวเองไปเลย นอกจากนั้นเองนี้ยังทำให้กลัวมินสกเพราะสาเหตุที่เป็นเมืองที่เที่ยวบินนั้นจะบินไปลง ทั้งๆที่ไม่เคยมีเรื่องอะไรตรงๆกันมาก่อนแถมปัจจุบันนี้มินสกยังมามีการลงทุนในอุตสาหกรรมเครื่องจักรทางเกษตรด้วย
 
 
 
อื่นๆ -
 
  • -เรื่อง"ชื่อกลาง"
       ปรกติธรรมเนียมการตั้งชื่อของรัสเซียจะมีระบบ patronymic คือระบบชื่อจะเป็นชื่อแรก (วาเลนติน) ตามด้วยชื่อpatronymic ซึ่งคือการเอาชื่อแรกของผู้เป็นพ่อมาต่อด้วย -ovich, -yevich, -yich [จะใช้แบบไหนขึ้นอยู่กับชื่อ] ซึ่งในที่นี้คือ Yaroslavovich เพราะตามประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าผู้ก่อตั้งเมืองคือ Yaroslav the Wise ที่เป็นผู้ปกครองดินแดนในแคว้น Kievan Rus' ที่มีอิทธิพลในแถบนี้ในสมัยศตวรรษที่ 9-13ช่วงกลางๆ จึงได้ใช้ชื่อ patronymic ว่า ยาโรสลาโววิช ที่แปลกลายๆได้ว่า "ลูกชายของยาโรสลาฟ"
 
       อ่านเพิ่มเติมเรื่องระบบชื่อpatronymic ของรัสเซียได้ที่ - http://en.wikipedia.org/wiki/Patronymic#Russian
 
 
  •  -ความสนใจอื่นๆ/งานอดิเรก
       ด้านอวกาศแบบตามข่าวพวกเรื่องความเคลื่อนไหวนักบินอกาสบนสถานีอกาศหรือเรื่องพวกอุกาบาตดางหางทั้งหลาย / ชอบฟังเพลงรัสเซียๆโดยเฉพาะวงคอรัสกองทัพแดง [Red Army Choir] / ผลพลอยได้จากการเล่นฮอกกี้คือทำให้เล่นสเก็ตน้ำแข็งเก่งตามไปด้วย (ปรกติก็ไปเล่นอยู่แล้วเวลาหน้าหนาวที่แม่น้ำโวลก้าจับตัวเป็นน้ำแข็ง)
 
 
  • บุคคลสำคัญที่เกิด/เติบโตในเขตยารัสลาฟ
Aleksandr Konstantinovich Petrov - นักสร้างอนิเมชั่นได้รับรางวัลมากมายโดยเฉพาะเรื่อง The Old Man and the Sea ซึ่งได้รับรางวัลออสการ์สาขาอนิเมชั่นสั้น
 
Fyodor Fyodorovich Ushakov - ผู้บัญชาการของทัพเรือของรัสเีซียในปลายยุคคริสตศตวรรษที่ 18 ถึงต้นคริสตศตวรรษที่ 19
 
Fyodor Grigorievich Volkov - ผู้ก่อตั้งโรงละครแ่ห่งแรกของรัสเซียและเป็นผู้วางรากฐานพัฒนาวงการการแสดงละครเวทีของรัสเีซีย
 
Mikhail Ilyich Koshkin - ผู้รับผิดชอบการออกแบบรถถัง T-34 ของกองทัพโซเีวียตซึ่งเป็นรถถังที่ีสมรรถนะดีที่สุดและถูกผลิตมาใช้มากที่สุดในสงครามโลกครั้งที่ 2
 
Nikolay Alexeyevich Nekrasov - กวี/นักประพันธ์ซึ่งมักสร้างผลงานเกี่ยวกับความทุกข์ยากของชาวบ้านระดับล่างๆในยุคคริสตศตวรรษที่ 19 โดยบทกวีของเขาได้ถูกเอามาดัดแปลงเป็นเนื้อเพลง Korobeiniki ที่ต่อมาได้ถูกเอามาใช้เป็นเพลงธีมของเกม Tetris
 
Valentina Vladimirovna Tereshkova - นักบินอวกาศหญิงที่ได้ออกไปนอกโลกคนแรก
 
 
  • เมืองพี่เมืองน้อง
  1. Burlington, Vermont, United States
  2. Coimbra, Portugal
  3. Da Nang, Vietnam
  4. Exeter, United Kingdom
  5. Hanau, Germany
  6. Jyväskylä, Finland
  7. Kassel, Germany
  8. Palermo, Italy
  9. Poitiers, France
 
 
 
สไลด์บรรยากาศรอบๆเมืองทั่วๆไปของยารัสลาวัลครับ
 
 
 
---+---+---+---+---+---+---+---
 
รูป 93 x 108

 
 
Twitter:: EWAW_yaroslavl
 
 
 
 
 
 
ข้อมูลทั้งหลายทั้งปวงมาจาก::
http://en.wikipedia.org/wiki/Yaroslavl (ข้อมูลเมืองเอกยารัสลาวัล-ภาษาอังกฤษ)
http://www.yaroslavl-online.com/index.html  (ข้อมูลเมืองเอกยารัสลาวัล-ภาษาอังกฤษ)
http://www.themoscowtimes.com/beyond_moscow/yaroslavl.html (ข้อมูลเมืองเอกยารัสลาวัล-ภาษาอังกฤษ)
http://ru.wikipedia.org/wiki/Ярославль (ข้อมูลเมืองเอกยารัสลาวัล-ภาษารัสเีซีย)
http://ru.wikipedia.org/wiki/История_Ярославля (ข้อมูลประวัติเมืองเอกยารัสลาวัล-ภาษารัสเีซีย)
http://en.wikipedia.org/wiki/Grand_Duchy_of_Vladimir (ข้อมูลภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเคียฟ รุส-ภาษาอังกฤษ)
http://ru.wikipedia.org/wiki/Ростово-Суздальское_княжество (ข้อมูลภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเคียฟ รุส-ภาษารัสเซีย)
http://en.wikipedia.org/wiki/Principality_of_Yaroslavl (ข้อมูลสมัยเป็นเมืองอิสระปกครองตัวเอง)
http://en.wikipedia.org/wiki/Yaroslavl_Oblast (ข้อมูลเขตปกครองยารัสลาฟ-ภาษาอังกฤษ)
http://ru.wikipedia.org/wiki/Ярославская_область (ข้อมูลเขตปกครองยารัสลาฟ-ภาษารัสเีซีย)
http://ru.wikipedia.org/wiki/История_Ярославщины (ข้อมูลประวัติเขตปกครองยารัสลาฟ-ภาษารัสเีซีย)
http://encyclopedia2.thefreedictionary.com/Yaroslavl+Revolt+of+1918 (การกบฏของฝ่ายขาวในปี 1918-ภาษาอังกฤษ)
http://ru.wikipedia.org/wiki/Ярославское_восстание (การกบฏของฝ่ายขาวในปี 1918-ภาษารัสเซีย)
http://en.wikipedia.org/wiki/Rybinsk (เมืองอันดับสอง รีบินส์ค)
http://en.wikipedia.org/wiki/Rybinsk_Reservoir (เขือนรีบินส์ค)
http://en.wikipedia.org/wiki/Mologa  (เมืองโมโลก้าที่จมอยู่ใต้เขื่อนรีบินส์ค)
http://ru.wikipedia.org/wiki/Ростов (เมืองรัสตอฟ-ภาษารัสเซีย)
http://ru.wikipedia.org/wiki/Ярославская_область_в_Великой_Отечественной_войне (ข้อมูลบทบาทของเขตยารัสลาฟช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2-ภาษารัสเซีย)
http://ru.wikipedia.org/wiki/Статистические_данные_по_истории_Ярославской_области_в_Великой_Отечественной_войне (ข้อมูลสถิติต่างๆของเขตยารัสลาฟในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2-ภาษารัสเซีย)
http://en.wikipedia.org/wiki/Order_of_the_October_Revolution (เหรียญ Order of the October Revolution)
http://en.wikipedia.org/wiki/Order_of_the_Red_Banner_of_Labour (เหรียญ Order of the Red Banner of Labour)
http://www.city-yar.ru/home/en/index.html (ข้อมูลวันที่ได้รับเหรียญเชิดชูทั้งสองเหรียญ)
http://en.wikipedia.org/wiki/2011_Lokomotiv_Yaroslavl_air_disaster (เหตุการณ์เครื่องบินทีมฮอกกี้โลโกโมทีฟ ยารัสลาัวัลตก)
 
£ķĬ.

#14 By http://www.zhongguohelanwang.com/ (123.180.226.95|123.180.226.95) on 2015-03-12 05:29

#13 By (42.62.176.170|42.62.176.170) on 2014-06-22 21:01

เราอ่านข้อมูลที รู้สึกปางตายค่ะ ถถถถถ
หาโอกาสมานั่งเม้นท์นานแล้ว
แต่เอาเข้าจริงๆก็นึกไม่ออกว่าเคยคิดจะพิมพ์อะไร #อ้าว
อันโนน - วาล คือฉันจะบอกว่าฉันไม่เข้าใจคอมเม้นท์นายอ่ะ 'v';
มุกนี้ไม่ผ่านนะ #หืม

#12 By IAmSecret on 2013-04-09 18:11

หน้าเขร้มมากฮร่ะ /ห๊ะ
พี่ล่ำแต่แลดูน่ารักมากเลยค่ะ ฮา ขี้กลัวด้วยแหละ ไว้เล่นกันนะคะ!

#11 By หมีลี่ on 2013-04-05 01:45

ประวัติแน่นมากค่ะ........
แน่นเกินไปแล้ว (ซับ)
ตรงนิสัยและอื่นๆนี่ชอบมากเลย ชอบอิมเมจ ชอบเล่นฮอกกี้ด้วย...
ไว้มาโรลกันนะคะ..
(ผปค.เองฟัง Red Army Choir เหมือนกัน /จุดนี้ไม่เกี่ยว)

#10 By Frauleinfaust on 2013-04-04 21:21

ตายตายตายตายตายย มายรูมเมททททท
วาเลนก้าเลิศมากๆ จับใจสุด /ซับน้ำตา
ถึงจะยึดติดกับอดีตแต่ก็เดินต่อไปข้างหน้า ใจหล่อสุดๆ!
ข้าพเจ้าอ่านข้อมูลแล้วอินมาก
โถๆ วาเลนกี้ เค้าให้คุกกี้ตัวนะ /โดนตบ

ปล. วาเลนก้า วายยูโซซีเรียสสสสส /โดนชก
//เลิกแซวซะที แง
///อดแซวไม่ได้
////แย่จริงเราขอโทษ

#9 By ธฟะฟพธฟพนห on 2013-04-02 13:41

ข...ข้อมูลแน่นมากค่ะ อ่านทีนี่เล่นเอาขนลุกเลย
 เข้มมาก ล่ำมากด้วย ฮึก น่ากัดกล้ามเบาๆ /ผิด

#8 By fragolate on 2013-04-01 23:56

คุณวาเลน ข้อมูลสุดยอดดด
ตามหาบล็อกตั้งนาน มาเล่นด้วยกันนะ<3

#7 By Supply on 2013-04-01 12:05

ดูดีเชียวหนุ่มคนนี้ ข้อมูลแนะตึ้บเลย confused smile

#6 By p.cobra on 2013-04-01 03:04

ผปค.ข้อมูลแน่นจริงๆข่าาาาา เคร่งมากๆอีกต่างหาก//เห็นแล้วแม่น้อยใจที่ตัวเองศึกษาเรื่องลูกน้อยๆจริงๆT[]T;;
ท่านไม่ต้องไปโรล มามะมาเล่นกับแม่มา แม่เป็นผู้ชาย(ว๊อททททท) แม่จะลากเจ้ามาเองงงง กร๊ากกกกก //โดนถีบ
/อยากไปเล่นน้ำแข็ง อยากอยู่เย็นๆ ฮว๊ากกก ดันเลือกเขตอบอุ่น(เพราะชอบต้นไม้ ถถถถ ไม่เกี่ยวรุย)
เครื่องบินนนนน ม่ายๆๆ ท่านต้องมานั่งนกบินได้บ้านเราคะ มันรถทัวร์ชัด! อาการกลัวท่านหายแน่ๆ //โดนโยนออกไปนอกบล็อค
(มองเส้นท่าน อย่าเสียใจไป วาดเด็กได้ก็วาดผู้ใหญ่ไม่ได้เหมือนกันแหละคะT[]T //นั่งหลบมุมร้องไห้)
/เรารั่วขนาดนี้จะเล่นกันรอดไหมเนี่ย #ไม่เกี่ยว

#5 By MailJang on 2013-03-31 21:54

ข้อมูลละเอียดดีค่ะชอบบบ แทบจะหยิบสมุดมาจดเล็คเชอร์ บางเรื่องก็ไม่เคยทราบเลยค่ะ /กราบ ขอบคุณสำหรับเกร็ดความรู้ใหม่ๆ TvT
ที่ประทับใจที่สุดก็เรื่องที่เคร่งศาสนานี่แหละค่า  XD 
แล้วก็ คุณวาเลนก้าเท่มากกกก เปิดมาดูเมื่อเช้าแทบกรี๊ดค่ะ555 นิสัยก็ดูน่าค้นหาดีค่ะ โดนทำร้ายมาเยอะสินะ ;v;

#4 By eieigem on 2013-03-31 20:15

หนุ่มหน้าเข้มจากรัสเซีย ว้าย XD
ชื่อเต็มเท่จังค่ะ 'v') พอมาเจอชื่อเล่น วาเลนก้าแล้วน่ารักจัง /โดนต่อย
ปฏิกิริยาต่อต้านก็น่ารัก โฮวววววว
ไว้มาเล่นจังนะค่า XDDDD

#3 By bamee on 2013-03-31 16:08

ลูกๆพี่เด นี่มักจะมาจากที่หนาวๆนะฮะ
confused smile

#2 By aRabez on 2013-03-31 13:47

โฮ่วว มาดเข้ม เล่นฮอกกี้ด้วยย //นอนตาย

#1 By bbzles on 2013-03-31 10:13