[EWAW] ส่งตัว Beograd

posted on 13 Apr 2013 19:16 by saixmedrik in EWAW directory Cartoon
 
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนนึงของคอมมู
 
คำเตือนสักเล็กน้อยจากที่บล็อกคอมมู...
 
"จุดมุ่งหมายของคอมมูนิตี้นี้คือการได้รับความสนุกสนานและแฝงด้วยความรู้จากข้อมูลของแต่ละเมืองรวมถึงประเทศตามลักษณะ ของ Himaruya Hidekaz ผู้สร้าง Axis Powers Hetalia ซึ่งทางเราไม่ได้ต้องการให้เกิดดราม่าหรือสิ่งอื่นใด
 
หากท่านไม่ชมชอบคอมมูนิตี้นี้ โปรดวางตัวเฉยแล้วกด x ออกจากหน้าบล็อกเลยนะคะ"
 
 
 
 
 
. .) //เอานิ้วจิ้มๆกัน.... (ยืมอีโมวาเลนก้ามาใช้แป๊บ)
 
......คือชอบประเทศแถบอดีตยูโกสลาเีวียมาก็พักนึงแล้วนะ แต่อ.ฮิมะไม่วาดประเทศแถบนี้ออกมาสักที (จนผปค.จิ้นกระจายแบบว่าถึงยังไม่มีออกมาก็จองชิปคู่ เซอร์เบีย x โครเอเชีย ไ้ว้แล้ว)
 
 
ในเมื่อไม่เห็นใครจองเมืองของประเทศแถบอดีตยูโกสลาเวียเลย ติ่งยูโกฯและชาวสลาฟอย่างจขบ.เลยขอเปิบพิสดาร....
 
 
 
 
"Мој Југословенска браћо и сестре, чак и до данас те још увек недостаје."
[My Yugoslav brothers and sisters, even to this day I still miss you.]
 
 

(//เกาัหัว คนเซอร์เบียไม่รู้เพราะอะไร จมูกมักเบี้ยวไปด้านหนึงแบบนี้เห็นบ่อยจริงๆ)
 
 
ชื่อเมือง - Belgrade / Beograd [เบลเกรด(ภาษาอังกฤษ) / เบลกราด(ภาษาเซอร์เบียน) - แปลว่า "เมืองสีขาว"]

ทวีป - ยุโรป

ประเทศ - เซอร์เบีย

ชื่อมนุษย์ - Бранимир Бојановић (Branimir Bojanović) บรานิมีร์ โบยาโนวิช
[ชื่อเล่น/diminutive: Бранко (Branko) - บรานโก้]
 
 
อายุ - 18

เพศ - ชาย
 
ส่วนสูง/น้ำหนัก - 192/78
 
สีผม/สีตา - น้ำตาล / เขียวอมเทา
 
ภาษา - ภาษาหลักดั้งเดิมคือ เซิร์บโบ-โครเอเชีย[Serbo-Croatia]ซึ่งเป็นรากของภาษาเซิร์บ โครเอเชีย และบอสเนียในปัจจุบันทำให้เข้าใจทั้งสามภาษา / รู้ภาษาอังกฤษในเกณฑ์ดี (ประชากรเบลกราดในยุคปัจจุบันทั่วไปแทบทุกคนมีความรู้ภาษาอังกฤษสูงพอที่จะสื่อสารกับชาวต่างชาติได้) / พอรู้รัสเซียบ้างจากการที่มีความสัมพันธ์กับรัสเซียมาตลอดช่วงหลังๆ

แผนการเรียน - วิทย์
 

ลักษณะเมือง
 
       ตั้งอยู่ตรงจุดบรรจบกันของแม่น้ำดานูบกับแม่น้ำ Sava ที่ไหลมาจากแนวทิวเขาตอนบนของสโลเวเนีย พื้นที่ของเฉพาะตัวนครเบลกราดครอบคลุมพื้นที่ 360 ตารางกิโลเมตรในขณะที่หากรวมเขตปริมณฑลทั้งหมดด้วยแล้วจะขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 3,223 ตารางกิโลเมตร ลักษณะของเมืองทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำดานูบและแม่น้ำซาวาจะเป็นพื้นราบลุ่มในขณะที่ฝั่งขวาของแม่น้ำซาวาจะเป็นเนินเขา 
 
 
       จำนวนตัวเลขประชากรปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1,660,000 คน โดยเกือบ 90% ของประชากรเบลกราดเป็นชาวเซิร์บ อีกร่วม 10% ที่เหลือนั้นคละเคล้ากันไประหว่างชาวยูโกสลาฟ(ชาวสลาฟที่มีเชื้อสายของรัฐต่างๆในสมัยยังรวมเป็นยูโกสลาเวียและไม่ต้องการนับตนเป็นเชื้อชาติใดเพียงชนชาติเดียว), ชาวยิปซี, ชาวมอนเตเนโกร, ชาวโครแอต, ชาวมาเซโดเนีย และ ชาวมุสลิมไม่ระบุเชื้อชาติ ซึ่งจำนวนประชากรของเบลกราดเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดหลังจากการล่มสลายของประเทศยูโกสลาเวียและมีการอพยพย้ายเข้ามาของชาวเซิร์บที่เคยอยู่ในแถบที่ได้แยกตัวออกไปเป็นประเทศอื่นๆ(สโลเวเนีย, โครเอเชีย, บอสเนียและเฮอร์เซโกวิน่า)
 
       ตามสถิติ ประชากรประมาณ 1,400,000 คนของเบลกราดนับถือศาสนาคริสต์นิกาย Serbian Orthodox และถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ในเบลกราดจะเคยมีชาวยิวอาศัยอยุ่พอสมควรแต่ปัจจุบันตัวเลขของชาวยิวในเบลกราดลดลงเหลืออยู่ที่ประมาณ 2,000 จากราว 10,000 ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองและการอพยพออกไป
 
 
       เบลกราดอยู่เขตอบอุ่นแบบชื้น มีหน้าหนาวที่ไม่หนาวจัด อุณหภูมิแกว่งอยู่ในระดับไม่ค่อยเกิน-5 ถึง 5 องศา กับหน้าร้อนที่อุณหภูมิสามารถขึ้นสูงได้กว่า 30 องศา 
 
 
       ปัจจุบันนี้เบลกราดนับเป็นเมืองที่มีเศรษฐกิฐเติบโตมากที่สุดในภูมิภาคยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะเขต Novi Beograd(New Belgrade)ที่อยู่ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำซาวา มีโรงแรม ฮอลล์จัดประชุมอเนกประสงค์ ตึกออฟฟิศสำนักงาน ศูนย์การค้า ศูนย์ธุรกิจครบวงจรAirport City Belgradeเป็นที่ตั้งของบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุน รวมถึงตลาดหุ้นของเบลกราด นอกจากนั้นยังเป็นศูนย์กลางทางศิลปะวัฒนธรรมของเขตประเทศอดีตยูโกสลาเวียด้วย
 
 
       เบลกราดจัดได้ว่าเป็นเมืองที่มีการส่งเสริมด้านกีฬามากที่สุดแห่งนึงของโลก มีทั้งสโมสรกีฬาใหญ่ๆและสนามกีฬาตั้งแต่ระดับเล็กให้ประชาชนใช้ออกกำลังกายจนถึงระดับที่สามารถจัดการแข่งขันระดับโลกได้ ในช่วงปีตั้งแต่ปี 2000 เป็นมา เบลกราดได้เป็นเจ้าภาพมาแล้วทั้ง Eurobasket2005 (การแข่งบาสชิงแชมป์ยุโรป), การแข่งวอลเลย์บอลชิงแชมปยุโรปในปีเดียวกัน, การแข่งโปโลน้ำชิงแชมป์ยุโรปปี 2006 และ กีฬามหาวิทยาลัยโลก ในปี 2009
 
แผนที่ขยายส่วนตัวเมืองของเบลกราด แม่น้ำดานูบ(ตัดขวาง)และแม่น้ำซาวา(ไหลมาจากด้านใต้)
 
 
ตำแหน่งที่ตั้งของเบลกราดในเซอร์เบียและเขตประเทศอดีตยูโกสลาเีีวียทั้งหมดในคาบสมุทรบัลข่าน
 
 

ประวัติเมือง -
 
       ก่อตั้งเป็นเมืองและมีผู้คนอยู่สืบเนื่องติดต่อกันมาอย่างเป็นหลักเป็นฐานเมื่อราว 279 ปีก่อนคริสตกาล แม้ว่าก่อนหน้านั้นในบริเวณที่ตั้งปัจจุบันของเบลกราดจะเคยมีอารยธรรม Vinča ของยุคหินใหม่(Neolithic) ตั้งแต่เมื่อ 5500-4500 ปีก่อนคริสตกาลแต่ก็ถูกทิ้งร้างเป็นระยะๆไม่มีการอยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง
 
       ในยุคแรกนั้น เบลกราดถูกสร้างเป็นเมืองโดยชาวเซลติกกลุ่มScordisci โดยมีชื่อเมืองว่า Singidūn (แปลว่าป้อมปราการ) จากนั้นเริ่มเปลี่ยนแปลงได้อิทธิพลจากโรมันโดยการมาถึงของกองทัพโรมันในสมัย 34-33ปีก่อนคริสตกาล จนกลายเป็นชุมชนในอำนาจของโรมันในราวปีค.ศ. 150 ก่อนพัฒนาขึ้นเป็นเมืองระดับสูงในปกครองของโรมันช่วงปีค.ศ.200 จากนั้นเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรโรมันตะวันออก(ไบเซนไทน์)ในปีค.ศ.395
 
 
       ช่วงปีค.ศ. 442 เมืองได้ถูกรุกรานโดยชาวฮันใต้การนำของ อัตติลาเดอะฮัน แล้วจากนั้นก็ถูกรุกรานแย่งชิงกันอีกหลายครั้งจากชาวอิหร่าน ชาวเผ่าเยอรมัน จนปีค.ศ. 539 ก็ได้กลับมาอยู่ใต้การปกครองของอาณาจักรไบเซนไทน์อีกครั้งแต่ก็ยังไม่พ้นไปจากสงครามการแย่งชิงเมืองอยู่เนืองๆ จนในที่สุดบรรพบุรุษของชาวเซอร์เบียปัจจุบันคือชาวสลาฟก็ได้เข้ามาในภูมิภาคนี้เมื่อราวปีค.ศ. 600 แต่ก็ไม่ได้ทำให้สถานะของเมืองมั่นคงขึ้นแต่อย่างใดและอีกตลอดหลายร้อยปีต่อมา เบลกราดก็ถูกแย่งชิงกันไปมาหลายต่อหลายครั้งระหว่างชาวบัลกาเรียน, แฟรงก์, ฮังกาเรียน, ไบเซนไทน์ จนมีการบันทึกกล่าวถึงชนชาติเซอร์เบียนครั้งแรกในปี 1284 ภายใต้การปกครองของกษัตริย์ Stephen Dragutin ซึ่งได้รับสิทธิ์จากปกครองเบลกราดมาจากฮังการี
 
 
Despot Stefan Tower และป้อมปราการที่เป็นสถาปัตยกรรมหลงเหลือมาจากยุคคริสตศตวรรษที่ 14
(Credit: Wikipedia)
 
 
       ในสมัยคริสตศตวรรษที่ 14 เซอร์เบียนเริ่มเสียดินแดนทางใต้ให้กับอาณาจักรออตโตมัน เบลกราดสามารถต้านทานการบุกโจมตีของกองทัพออตโตมันได้ถึงสองครั้งก่อนจะพ่ายแพ้ในที่สุดต่อทัพทหารจำนวน 250,000 คนของ สุลต่าน Suleiman the Magnificent  จึงเป็นการเริ่มของยุคการแย่งชิงเบลกราดระหว่างชาวออตโตมันและราชอาณาจักรฮับบูร์กของออสเตรีย ซึ่งระหว่างการปกครองของออตโตมัน ชาวคริสต์ออร์โธดอกซ์ในเบลกราดถูกส่งตัวออกไปอยู่ในอิสตันบูลของตุรกีเพื่อทำให้เมืองดูมีความเป็นตะวันตกอย่างออตโตมันมากขึ้น ในช่วงนั้นเองใต้การปกครองของออตโตมัน เบลกราดมีฐานะเป็นถึงเมืองใหญ่อันดับที่สองของอาณาจักรออตโตมันด้วยจำนวนประชากร 100,000 คน
 
       ระหว่างช่วงปี 1688-1800 เบลกราดเป็นสมรภูมิที่ถูกแย่งชิ่งกันระหว่างอาณาจักรออตโตมันและฮับบูร์ก และทุกครั้งที่เมืองถูกทัพออตโตมันแย่งกลับไปได้ก็จะถูกเผาทำลายเสียหายหมดสิ้น ทำให้ในระยะนั้นเกิดการอพยพออกครั้งใหญ่ของชาวเซิร์บถึงสองครั้งเพื่อหลบหนีอิทธิพลของออตโตมันไปอยู่ในเขตของอาณาจักรฮับบูร์ก (ปัจจุบันคือประเทศสโลเวเนียและเขต Vojvodina ทางตอนเหนือของเซอร์เบีย)
 
 
       ที่สุดแล้วไม่กี่ปีหลังการเริ่มต้นของคริสตศตวรรษที่ 18 ชาวเซอร์เบียนได้มีการพยายามลุกขึ้นต่อต้านอำนาจของออตโตมัน จนในที่สุดสามารถขับไล่อิทธิพลของออตโตมันและก่อตั้งรัฐอิสระของชาวเซอร์เบียขึ้นมาได้ในปี 1830 ต่อมาในปี 1841 เจ้าชาย Mihailo Obrenović ได้ย้ายเมืองหลวงของรัฐอิสระเซอร์เบียมาที่เบลกราดแทนที่เมือง Kragujevac ก่อนรัฐอิสระนั้นจะกลายเป็นราชอาณาจักรเซอร์เบียในปี 1882 และตั้งแต่นั้นเบลก