[EWAW-Fic] Nekada sam... / Некада сам...

posted on 02 May 2014 18:40 by saixmedrik in EWAW directory Fiction
 
 
 เอนทรี่นี้เป็นส่วนนึงของคอมมู
 

 
 คำเตือนสักเล็กน้อยจากที่บล็อกคอมมู... 
 
 "จุดมุ่งหมายของคอมมูนิตี้นี้คือการได้รับความสนุกสนานและแฝงด้วยความรู้จากข้อมูลของแต่ละเมืองรวมถึงประเทศตามลักษณะ ของ Himaruya Hidekaz ผู้สร้าง Axis Powers Hetalia ซึ่งทางเราไม่ได้ต้องการให้เกิดดราม่าหรือสิ่งอื่นใด 
 
 หากท่านไม่ชมชอบคอมมูนิตี้นี้ โปรดวางตัวเฉยแล้วกด x ออกจากหน้าบล็อกเลยนะคะ" 
 
 
 
 
       ก่อนอื่นใด หากท่านไม่ได้มาเข้าร่วมคอมมูตั้งแต่รอบแรก ขอเชิญทางนี้ก่อนเลยครับ
 
 
       มิเช่นนั้นท่านอาจจะประสบความมึนงงอย่างใหญ่หลวง เพราะรายละเอียดพื้นฐานบางประการเกี่ยวกับความพิเศษของวันที่ 4 พฤษภาซึ่งเคยได้เล่าไปแล้วในเอนทรี่นั้น ปีนี้ไม่ขอฉาย(?)ซ้ำนะครับเพื่อเป็นการประหยัดเนื้อที่ //เลวมาก
 
 
 
       OST สำหรับฟิคนี้นะจุ๊
 
 
 
 
 
Nekada sam...  /  Некада сам... (I used to...)
 
......So much has changed - A story from the former Yugoslavia
 
 
Main Characters:: Beograd[LINK], Osijek[LINK]
Cameo:: Kamchatka[LINK], Yaroslavl[LINK]
OCs outside of EWAW:: Niš, Novi Sad, Sremska Mitrovica, Subotica and Zemun - SERBIA side[LINK]
Đakovo, Vinkovci - CROATIA side
 
 

 
 
       "เฮ่ เร็วๆหน่อยสิ เดี๋ยวก็ตกเครื่องพอดีกันหรอก"
 
 
       เสียงนั้นก้องสะท้อนอยู่ในพื้นที่ใต้หลังคาของสนามบินของเกาะ W จิตวิญญาณเมืองร่างสูงใหญ่แห่งเบลกราดหันมาเร่งรัดจิตวิญญาณเมืองที่ตัวเล็กกว่าซึ่งหน้าตาไม่ใคร่เต็มใจจะยอมทำตามที่อีกคนบอกสักเท่าไหร่ มิหนำซ้ำดูเหมือนจะอยากทำในสิ่งกลับกันคือปากระเป๋าเสื้อผ้าที่ถูกจัดเตรียมแบบมัดมือชกมาบังคับให้เขาต้องมาร่วมเดินทางทริปนี้ด้วยอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยใส่หน้าเจ้าตัวจอมบงการเสียละมากกว่า
 
 
       "เถอะ.... มาหวังอะไร? อย่างกับให้เวลาชั้นเตรียมตัวมาก่อนอย่างงั้นแหละ จู่ๆก็มาดักรอที่หน้าห้องชมรมแล้วลักพาตัว(?)ชั้นมาดื้อๆซะอย่างงี้อะนะ"
 
       การจงใจใช้คำว่า"ลักพาตัว" ก็เพื่อหวังผลว่าอีกฝ่ายจะหันมาชวนทะเลาะด้วยแล้วถ้าตกเครื่อง นอกจากจะไม่ต้องไปแล้วยังอ้างได้อีกว่าอีกคนเป็นฝ่ายทำให้ตกเครื่องเองนะ
 
 
 
       แต่ผลที่ได้กลับไปในทางกลับกันเสียอีก เจ้าตัวคนถูกมองว่าเป็นจอมบงการแค่ส่งเสียงอืมหืมผ่านจมูกแบบไม่รู้ร้อน
 
 
 
       "ยี่สิบกว่าปีเองนะ มันไม่น่านานขนาดที่นายจะลืม.... ว่าวันที่ 4 พฤษภามันสำคัญยังไ----"
 
       "แต่ 22-23 ปี ก็นานมากกว่าระยะเวลาที่วันนั้นมันเพิ่งมีความสำคัญจนกระทั่งชั้นออกจากยูโกฯแน่ๆ" เบลกราดถึงกับเงียบเสียงไป เมื่อสิ่งที่โอซีเยคพูดมานั้นมันเป็นความจริง.....
 
 
 
       ....เพียง 11 ปี หลังการจากไปของติโต้เท่านั้น โครเอเชียก็ออกจากบ้านยูโกสลาเวียไป
 
 
 
       มือของเมืองใหญ่กว่า วางลงหนักๆบนหัวของอีกฝ่าย ขยับๆสร้างความยุ่งเหยิงให้เส้นผมที่เหมือนจะสั้นอยู่หากแต่ก็ยังไม่วายโดนเปลี่ยนทิศทางเปะปะกระจัดกระจาย ก่อนสุดท้ายจะดันไปด้านหน้าเหมือนอากัปกิริยาของพี่ชายแกล้งเล่นงานน้องชายที่กวนประสาทอย่างปรกติชน ฝ่ายที่อายุน้อยกว่าได้แต่เป็นมองอาฆาตพลางชั่งน้ำหนักความน่าจะเป็นของการจะพยายามหนีไม่ยอมกลับไป
 
       'ถ้าแอบหนีจนหมอนี่หาไม่เจอ เดี๋ยวก็พังสนามบินเพื่อหาให้เจอแน่ๆ ไอ้จอมทำลายล้าง....เหอะ' เมื่อคิดๆว่าที่ผ่านมา คนข้างๆเคยทำอะไรโง่เง่าโดยไม่สนใจผลกระทบขนาดไหนเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ...ก็ทำให้สีหน้าเฉยๆของคนที่ถูกบังคับให้เดินทางยิ่งหลุดริ้วรอยอารมณ์ไม่พอใจมากยิ่งขึ้น
 
 
       "เอาน่า^ ^ บินสัก 6-7 ชั่วโมงก็น่าจะถึงปารีส พยายามไปหลับๆเอาบนเครื่องละกัน♥"
 
       '...Still with the iron grip that never let anyone defy your own wish.' เฮอร์โวเย่รำพึงในใจระหว่างมองตามด้านหลังคนเคยเป็นพี่ชายในบ้านเดียวกันมาก็หลายครั้งหลายคราอยู่.... ในบ้านฮังการีเป็นระยะๆ, บ้านออตโตมัน จนกระทั่งถึงบ้านยูโกสลาเวีย
 
 
       'Mrzim te, Beograd.' ['I hate you, Beograd.]
 
 
 
 
-====-====-====-====-====-
 
 
 
 
       วันรุ่งขึ้น... 3 พฤษภาคม จิตวิญญาณแห่งคัมชาทก้าของบ้านรัสเซียแปลกใจที่โทรศัพท์มือถือโทรหาคนที่นั่งข้างกันในชั้นเรียนวิทย์ห้องสามไม่ได้สักที "พี่วาลูช่าฮะ! สงสัยมือถือผมเสียแล้วแหงๆ!! (;´Д`)ノ"
 
       ผู้ถูกเรียกชื่อซึ่งเป็นจิตวิญญาณอายุเยอะกว่าในบ้านเดียวกันทำหน้าไม่ค่อยแปลกใจ เพราะน้องคนนี้ก็ใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีใหม่ๆไม่ค่อยเป็นจึงทำพังอยู่บ่อยๆ แล้วลุกมารับมือถือของอีกคนมาดู "เสียยังไง ตรงไหน?"
 
       "มันโทรหาพี่บรานโก้ไม่ติดนี่ฮะ? ( ´△`) ผมจะถามพี่เขาน่ะฮะว่าที่เมื่อวานบอกผมในชั้นว่าจะไปที่อื่นสัก 2-3 วันน่ะไปไหนแล้วถึงรึยัง"
 
 
       ตาสีเทาหลุบลงมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือเมด อิน รัสเซียในมืออย่างพิเคราะห์ หลังจากลองกดดูฟังค์ชั่นต่างๆสักพักก็ส่งคืนให้เจ้าของ "ไม่เสียหรอก ตอนนี้คงปิดมือถืออยู่มากกว่า อีกอย่าง...อาจจะอยู่ในนอกเขตสัญญาณเลยโทรไม่ติดน่ะ"
 
       ตาสีฟ้าเทาที่กลมโตกว่าของวิญญาณรัสเซียฝั่งตะวันออกไกลมองอีกคนพิศวง "เฮะ? พี่วาลูช่ารู้ด้วยเหรอฮะว่าพี่บรานโก้ไปไหน? (゜。゜)"
 
 
       "ฮืม...." สายตาที่เบนไปยังวันที่บนปฏิทินได้ยืนยันคำตอบนั้น "ตราบใดที่หมอนั่นไม่เลิกคิดว่าตัวเองยังเป็นยูโกสลาเวีย ก็คง....."
 
 
 
 
       -- ย้อนไปก่อนหน้านั้น 9 ชั่วโมง ณ อีกฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติก --
 
 
 
       -Ljubljana, เมืองหลวงของ Slovenia-
 
 
 
       เจ้าของผมสั้นสีน้ำตาลเข้มเกือบเป็นสีดำทะมึนทั้งยังสีหน้าทะมึนทว่าม่านนั้นเป็นสีฟ้าแกมเขียวเดินต้อยๆตาม"พี่ชาย"ขึ้นไปบนรถไฟขบวนที่"พี่ชาย"ซึ่งดูยังไงก็ไม่เหมือนกันสักนิดทั้งด้วยความสูง สีผมที่อ่อนกว่าและม่านตาเขียวอมเทาได้จองไว้สำหรับการเดินทางต่อล่วงหน้า
 
       'คือพอเข้าใจนะว่าติดติโต้เอามากๆ แต่นี่ขนาดบินต่อจากปารีสแทนที่จะไปลงบ้านตัวเองตรงๆเลย กลับมาลงที่ลยุบเลียน่าแล้วขึ้นรถไฟต่อไปอีกเก้าชั่วโมงเพื่อให้ถึงบ้านตัวเอง...บ้าชัดๆ'
 
       ผู้ถูกบังคับให้กลับมายังที่ๆคุ้นๆไปหมดเกือบทุกอย่างรำพึงในใจราวกับหวังว่าถ้ารำพึงด้วยกระแสจิตแรงพออาจจะทะลุเข้าหัวเบลกราดให้ได้ยินก็เป็นได้ แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้น...และยังน่าแปลกใจคือ ด้วยสภาพฐานะความเป็นอดีตเมืองหลวงของยูโกสลาเวียซึ่งก่อกรรมทำเข็ญกับคนอื่นเสียมากเมื่อครั้นยูโกสลาเวียแตกสลายเมื่อกว่า 20 ปีก่อน เบลกราดกลับเดินในบ้านเมืองหลวงของสโลเวเนียอย่างสบายใจราวกับตัวเองไม่ได้เคยมาก่อกรรมทำผิดอะไรแก่คนแถบนี้เลยแม้แต่น้อย
 
 
       "ไม่คิดจะอำพรางตัวอะไรสักหน่อยรึ? ถ้ามีคนจำได้เขาไปแจ้งลยุบเลียน่า ระวังจะติดแหง่กอยู่ในคุกแถวนี้แทนนะ?" โอซีเยคทักลอยๆหลังจากขึ้นไปนั่งบนตู้รถไฟในซีทริมหน้าต่าง...ที่ค่อนข้างจะโจ่งแจ้งเชิญชวนให้คนอื่นมองเห็นได้ง่ายๆเสียด้วยซ้ำ
 
 
       ทว่าปฏิกิริยาสนองกลับต่อคำทักนั้น กลับเป็นอาการหัวเราะเบาๆอย่างไม่ทุกข์ร้อนจากเบลกราด
 
 
       "โฮ่ย ถ้าเขาอยากจะจับผมขึ้นศาลเพราะเรื่องอาชญากรรมสงคราม เขาคงไม่มาเป็นเมืองพี่น้องกับผมในตอนนี้หรอก จะให้ผมโทรไปเซย์ฮัลโหลทักทายเขาว่านี่แวะมาที่บ้านไหมล่ะ? ^ ^+"
 
       สีผิวหน้าของฝ่ายเสียท่าก่ำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด... จริงอยู่ที่ว่าแม้ลยุบเลียน่ากับตนเองนั้นจะเคยเป็นส่วนหนึ่งของบ้านออสเตรีย-ฮังการีมาด้วยกัน ทว่าลยุบเลียน่านั้นก็อยู่ในการปกครองของออสเตรีย ขณะที่โอซีเยคนั้นอยู่ในใต้ชายคาบ้านฝั่งฮังการีเสียมากกว่า จึงไม่อาจบอกได้เต็มปากว่ารู้จักกันดีถึงที่สุด
 
       ฝ่ายจิตวิญญาณเมืองโครเอเชียเลือกที่จะเมินชาใส่เมืองหลวงของเซอร์เบียไปด้วยการหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านเสียตั้งแต่ก่อนที่รถไฟจะเคลื่อนตัวออกจากสถานีต้นทาง และจมลึกลงกับห้วงตัวหนังสือไปจนไม่รู้ชัดว่าเวลาผ่านไปเท่าใด จนกระทั่ง.......
 
 
 
       "Zagreb Glavni kolodvor"
 
 
       เสียงประกาศสถานีที่หมายต่อไปซึ่งเรียกด้วยภาษาโครเอเชียหลังจากประกาศเป็นภาษาอังกฤษแล้วทำให้จิตวิญญาณเมืองผู้ใช้ภาษานั้นเป็นหลักมานานตระหนกตื่นตูม เบลกราดคาดคิดไว้รึไม่ว่าเช่นกันกับขบวนรถไฟเมื่อ 34 ปีก่อนที่พาร่างของติโต้จากลยุบเลียน่าไปกระทำพิธีศพที่เบลกราดก็ต้องหยุดที่ซาเกร็บ แล้วซาเกร็บ...ซาเกร็บไม่มีทางอภัยให้อดีตเมืองหลวงของยูโกสลาเวียได้ง่ายๆอย่างเมืองหลวงของสโลเวเนียแน่ๆ ไม่เช่นนั้นเดือนก่อนๆคงไม่ต้องพากันไปศาลโลกเพื่อให้พิจารณาคดีความที่ต่างฝ่ายต่างฟ้องร้องกล่าวหากันและกันว่าอีกฝั่งกระทำการล้างเผ่าพันธุ์ตอบโต้ไปมาเป็นการทะเลาะของเด็กๆหรอก
 
       "เอ้าๆ เป็นอะไรน่ะ??" เจ้าตัวคนที่ไม่รู้ว่ามั่นใจตัวเองจนประมาทหรือไรทักผู้ร่วมเดิ