[EWAW-Fic] Mašta i Stvarnost / Mашта и Cтварност

posted on 04 May 2014 08:19 by saixmedrik in EWAW directory Fiction
 
 
 เอนทรี่นี้เป็นส่วนนึงของคอมมู
 

 
 คำเตือนสักเล็กน้อยจากที่บล็อกคอมมู... 
 
 "จุดมุ่งหมายของคอมมูนิตี้นี้คือการได้รับความสนุกสนานและแฝงด้วยความรู้จากข้อมูลของแต่ละเมืองรวมถึงประเทศตามลักษณะ ของ Himaruya Hidekaz ผู้สร้าง Axis Powers Hetalia ซึ่งทางเราไม่ได้ต้องการให้เกิดดราม่าหรือสิ่งอื่นใด 
 
 หากท่านไม่ชมชอบคอมมูนิตี้นี้ โปรดวางตัวเฉยแล้วกด x ออกจากหน้าบล็อกเลยนะคะ" 
 
 
 
       นี่เป็นตอนต่อของ Nekada Sam / Некада сам หากยังไม่ได้อ่าน เชิญด้านนู้นก่อนคร้าบ
 
 
       OST again
 
 
 
 
 
 
Mašta i Stvarnost  /  Mашта и Cтварност (Imagination and Reality)
 
......It wasn't the same or...has it always been like this - A story from the former Yugoslavia
 
 
Main Characters:: Beograd[LINK], Osijek[LINK]
Cameo:: Kamchatka[LINK], Yaroslavl[LINK]
OCs outside of EWAW:: Niš, Novi Sad, Sremska Mitrovica, Subotica and Zemun - SERBIA side[LINK]
Đakovo, Vinkovci - CROATIA side
 
 
 
 
       ยามที่วงม่านตาสีฟ้าแซมเขียวเปิดขึ้นมาอีกครั้ง...ภายนอกสว่าง แสงอบอุ่นสีขาวเจือเหลืองบางๆ...ห่างไกลกับแสงสีสังเคราะห์ทั้งหลายที่แปดเปื้อนฟ้ายามค่ำคืนโดยสิ้นเชิง
 
 
       เสียงกุกๆกักๆ ณ ภายนอกทำให้โอซีเยคเคลื่อนย้ายสายตามองหาโทรศัพท์มือถือของตัวเองเพื่อจะ...ดูเวลา............ 8.22 ในยามเช้า
 
       เจ็ทแลคทำให้เขาหลับสนิทโดยไม่รู้ตัวนานถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
 
 
 
       แม้นสังขารจะยังไหวโคลงไม่มั่นคงเพราะศูนย์ควบคุมประสาทยังไม่ตื่นพร้อมเต็มที่ ร่างสูง 180 เซนติเมตรขยับสู่บานหน้าต่าง เมินมองสภาพภายนอกซึ่งเมื่อคืนถูกความมืดเป็นใจปิดบังไว้ 
 
       ...ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ย่าน Blokovi ดูเป็นสลัมถึงเพียงนั้น?
 
 
       เบลกราด...ที่เมื่อก่อนเป็นศูนย์กลางของความเลิศหรูทางสถาปัตยกรรมในฐานะเมืองหลวง ปัจจุบันนี้โทรมเพียงนี้เชียวหรือ? ของที่เคยดูทันสมัยเลิศเลอในยุคคอมมูนิสต์ ปัจจุบันนี้ดูเป็นเพียงกองขยะคอนกรีต ดึงบรรยากาศให้น่าตกใจว่าเหตุใดจิตวิญญาณเมืองของเมืองที่ดู...เสื่อมโทรมเศร้าสร้อยเยี่ยงนี้จึงยังเฮฮาเหมือนตัวเองยังมีความสุขกับชีวิตเสียเหลือเกิน
 
       อีกครั้ง... เฮอร์โวเย่พยายามชะโงกหาบางสถานที่ที่-จม-อยู่ในหมู่คอนกรีตเก่าๆที่อีกฝั่งของแม่น้ำซาว่า
 
 
       หากแต่ว่าเสียงสัมผัสบานประตูจากน้องสาวดังขึ้นมาจากภายนอกเสียก่อน
 
       "พี่ทาดีย่าคะ? ตื่นหรือยังคะพี่?"
 
 
       ...รีบไป......รีบทำให้จบๆ แล้วกลับโรงเรียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เท่านั้นคงไม่ยากเกินไปน่า...
 
       "เดี๋ยวพี่ออกไป...มาริทซ่า"
 
 
 
       บานประตูที่กั้นขวางฝ่ายเซิร์บกับโครแอทเพียงคนเดียวถูกขยับให้เปิดช่องทาง มาริทซ่าในชุดเดรสสีน้ำเงินกรมท่ายืนอยู่ที่หน้าเตากำลังสาละวนทำแพนเค้ก เบลกราดที่ดูไม่มีสภาพร่องรอยว่าเพิ่งตื่นเหมือนเขาก็แต่งตัวเตรียมออกไป"กิจ"ของวันนี้เรียบร้อยแล้วและกำลังให้ความสนใจกับบางอย่างในหน้าหนังสือพิมพ์อยู่ มีเพียงเซมุนซึ่งก็เตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้วเช่นกันที่กำลังถูกคู่เซอร์เบียนสามสีสองตัวอ้อนอยู่ได้หันมามอง-คนต่างบ้าน- "Dobro jutro, Tadija."
 
 
       เจ้าของชื่อนั้นจนกระทั่งถึงเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนรู้สึกอ่อนใจ...กำแพงที่เขาสร้างขึ้นเพื่อตัดขาดกันฝั่งเซิร์บ เป็นการความพยายามที่ไร้ความจำเป็นหรือเปล่า? ในเมื่อกระทั่งภาษาเซิร์บกับภาษาโครเอเชียยังไม่ต่างกันเลยนอกเสียจากแค่เขียนด้วยคนละตัวอักขระ
 
       มาริทซ่า...เซลีมีร์......บรานิมีร์ สามคนต่อหน้าเขา ช่างดูอยู่กันอย่างปรกติสุขเสียเหลือเกินไม่ต่างจากยุคยูโกสลาเวียที่เขาเคยได้เป็นส่วนนึงในความสัมพันธ์แบบนี้เลย
 
 
       และตั้งแต่พบกันอีกครั้งเบลกราดไม่เคยแสดงท่าที่ว่าไม่อนุญาตให้เขา-กลับ-เข้ามาเป็นส่วนนึงของชีวิตแบบนี้
 
 
       ชั่ววูบนึงที่"ทาดีย่า"รู้สึกเกลียดซาเกร็บขึ้นมาอย่างจับจิต
 
       ไม่ปฏิเสธว่าเขาเองต้องการเห็นบ้านโครเอเชียเป็นอิสระไม่อยู่ใต้ฝั่งเซิร์บอย่างไม่เท่าเทียมกัน แต่เขาไม่ได้ต้องการที่ต้อง"เกลียด"ฝ่ายเซิร์บไปเสียหมดอย่างที่นักการเมืองในซาเกร็บเอาผ้าผูกตาคนโครเอเชียแล้วสั่งให้กระทำหากไม่อยากถูกครหาว่าไม่รักชาติ
 
 
       "Dobro jutro(อรุณสวัสดิ์)..." ถ้อยคำนั้นไม่มีความแตกต่างกันแม้แต่นิดเดียวยามเมื่อไร้อักขระปรากฏให้เห็นแล้ว ".....ขอโทษที่ตื่นสาย"
 
       เบลกราดลดหนังสือพิมพ์ลง มองพิจารณาอีกคนว่าเมื่อคืนน่าจะหลับดีหรือเปล่าและพอใจกับสภาพที่เห็นว่าอีกคนไม่ดูอิดโรยหรือตึงเครียดใดๆ "ไม่ต้องขอโทษน่า สายนิดสายหน่อยจะเป็นอะไรไป ^^ ล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วค่อยกินข้าวเถอะ ไปถึงสัก 10 โมง 11 โมงก็ยังได้"
 
 
 
 
-====-====-====-====-====-
 
 
 
 
       เป็นอีกครั้งที่สองจิตวิญญาณที่ปกครองเมืองหลวงของเซอร์เบียอยู่ในต่างวาระกันยังคง...ทะเลาะ... หากเป็นสายตาของคนที่ไม่ทราบความสัมพันธ์ของสองคนนี้คงจะมองเช่นนั้น โอซีเยคในเบาะหลังของรถขาวคันเดิมปล่อยให้เสียงภาษาเซิร์บเข้าหูรับฟังแต่ไม่คิดจะเก็บจำ สายตาสนใจกับความเปลี่ยนแปลงตลอดระยะการเดินทางจากฝั่งโนวี่ เบลกราดไปยังย่าน Dedinje โดยครั้งนี้ใช้สะพาน Gazela ซึ่งเคยเป็นสะพานข้ามแม่น้ำซาว่าที่มีการจราจรใช้งานหนักที่สุดในหมู่สะพานข้ามแม่น้ำซาว่าจนกระทั่งมีการเปิดสะพานอาด้ามาแบ่งเบาภาระ
 
       จนแล้วจนรอด เขาก็ยังไม่ได้เห็นสถานที่ที่ตนอยากจะเห็นแก่ตาให้ชัดอีกครั้ง
 
 
       เช่นกับกัน...ร่องรอยความเสียหายจาก..........เมื่อ 15 ปีแล้ว
 
       ไม่อาจตัดสินได้ว่าคูู่"เบลกราด1 และ เบลกราด2" ที่ตอนนี้เบลกราด1ซึ่งร่างสูงหนากว่าสมเป็นจิตวิญญาณเมืองตั้งแต่แรกเริ่มของเมืองหลวงอดีตยูโกสลาเวียเป็นผู้ขับรถอยู่...จงใจเลือกเส้นทางที่จะเลี่ยงการผ่านที่ๆยังคงมีรอยแห่งความเสียหายจากช่วงนั้นหรือเปล่า
 
 
 
       ผ่านสะพานกาเซล่า บรานิมีร์ปัดพวงมาลัยให้รถเบนลงทางต่างระดับทางขวามือสู่ถนนที่เฮอร์โวเย่ไม่ทราบนาม...ทว่าก็เริ่มรู้สึกว่า......คุ้นๆ
 
       อีกครั้งเมื่อเฟี้ยตสีขาวเลือกเส้นทางด้านซ้ายมือสู่ Bulevar kneza Aleksandra Karađorđevića... มาริทซ่าเริ่มสังเกตเห็นความกระสับกระส่ายของพี่ชายมากขึ้นเพราะแม้จะผ่านมา 34 ปี แต่โอซีเยคยังคงจำได้ดี ที่พำนักสุดท้ายของจอมพลติโต้อยู่ไม่ไกลแล้ว
 
 
 
 
       ทั้งสี่ลงมายืนบนผิวพื้นเทคอนกรีตในลานจอดรถข้างๆพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ยูโกสลาเวีย ดอกไม้สองช่อซึ่งเซมุนไปซื้อเตรียมมาให้จากตลาดแถวที่พักของตัวเองถูกแจกให้ซูบอติทซ่าและโอซีเยค...คาร์เนชั่นสีแดงล้วนไม่ต่างกันแม้ของน้องสาวจะมีจำนวนดอกเยอะกว่า ส่วนช่อที่สามซึ่งเซลิมีร์ยังถือไว้เองในมือขณะรอบรานิมีร์จัดการล็อครถ... แปลกประหลาดจนผู้ไม่ได้มาเยือนที่นี่กว่าสามทศวรรษแล้วยังต้องขมวดคิ้ว
 
       "นั่นมันไม่...แฟนซี.......ไปหน่อยเรอะ?"
 
       เซมุนหัวเราะอายๆแล้วรีบยื่นดอกไม้ที่ปะปนกัน 4-5 อย่างจัดเป็นช่อใส่มือเบลกราด "นายควรถามคนออเดอร์มากกว่าชั้นนะ"
 
 
       สายตาเฉยเมยจากดวงตาสีฟ้าเขียวใต้คิ้วเรียวบางกว่าบุรุษอีกสองคนมองไปที่เจ้าของ"ไอเดีย" รอคำตอบ
 
       "ก็เพราะ..." เมืองหลวงเพียงหนึ่งเดียวของแถบนี้จนกระทั่งยี่สิบกว่าปีผ่อนลมหายใจ...รำลึกถึงอดีต "พวกนายที่ออกไปไม่ยอมมากันเลย...ผมเลยต้อง'ทำให้'แทนทุกคนอยู่คนเดียว"
 
 
       กับผู้ที่ไม่เคยได้อยู่ในยูโกสลาเวีย สิ่งที่เบลกราดพูดไปคงเป็นปริศนา กระนั้นผู้ที่ไม่ล่วงรู้คำตอบตรงไปตรงมาอย่างเมืองอันดับสี่ของโครเอเชียที่เป็น"ขั้นแรก"ของกระบวนการล่มสลายก็เข้าใจได้ทันที
 
       มือของเฮอร์โวเย่เอื้อมไปดึงดอกไอริสกลีบสีม่วงดอกนึงออกจากช่อของบรานิมีร์ เสียบลงในช่อดอกคาร์เนชั่นแดงล้วนของตัวเอง......ด้วย Iris croatica ดอกนี้ เขาจะเป็นตัวแทนของเมืองโครเอเชียที่ยังสำนึกในบุญคุณของติโต้ แม้นว่าหลายเมืองในตอนนี้จะลืมเลือนไปเสียแล้ว
 
 
 
 
       ร่างสี่ร่างที่หากดูเผินๆคงเหมือนกลุ่มวัยรุ่นอายุไม่มากเท่าใดเดินฝ่าแสงแดดจ้าเข้าไปยังอาคารชุดแรกด้านหน้าก่อนจะสามารถเดินเข้าถึงเรือนดอกไม้ได้ นี่ก็เป็นอีกสถานที่นึงซึ่งแปรเปลี่ยนไปจากความทรงจำสำหรับเมืองหลักของสลาโวเนียตะวันออกผู้ต้องหยุดยืนป้องสายตาเงยขึ้นมองดู "นี่เปิดตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ?"
 
       "ปี 1996...ตอนนั้นยังไม่เปลี่ยนชื่อจากยูโกสลาเวียด้วยซ้ำ" เป็นจิตวิญญาณแห่งย่านเซมุนผู้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนเบลกราดจนเคยชินในช่วงหลังๆตอบข้อกังขาใจนั้นให้แทน
 
 
       มาริทซ่าเมียงมองพี่ชายจากโครเอเชียก่อนจะส่งมือของตัวเองไปกุมมือข้างนึงของเฮอร์โวเย่ไว้ แล้วพากันเดินตามเบลกราดอย่างเงียบๆผ่านทิวต้นไม้อันนำไปสู่เรือนดอกไม้ ทว่าน่าแปลก...จิตวิญญาณเมืองหลวงแห่งยูโกสลาเวียไม่ได้ชะลอฝีเท้าลงเลยเมื่อเคลื่อนกายผ่านหน้ารูปหล่อของจอมพลติโต้ที่ตั้งไว้ระหว่างทางเดินเชื่อมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งยูโกสลาเวียกับเรือนดอกไม้...ถือเป็นสิ่งไม่ปรกติ จนกระทั่งเซลิโก้เองยังเลิกคิ้วด้วยความอัศจรรย์ใจหากแต่ก็มิได้ทักท้วงใดๆ
 
       เซมุนเองก็รู้ดีว่าคนที่เป็นเพื่อนกับตัวเอง รู้จักกัน อยู่เคียงกันนับสองพันปีคิดอะไรอยู่
 
 
       แต่คนที่ไม่รู้คือ...คนที่ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องราวของยูโกสลาเวียเท่าไหร่ตั้งแต่ละตนจากไป
 
       "เดินผ่านเฉยๆเลย? ไม่ใช่ว่าคุณเอเคยเห็นนายหยุดตรงนี้ตอนที่เขามาเที่ยวรึ?"
 
 
       ผู้ที่เคยมาที่นี่เมื่อเกือบ 11 เดือนที่แล้วก็ยังคงไม่หยุดฝีเท้าโดยเพียงให้คำ"อธิบาย"สั้นๆไม่ขยายความ
 
       "Ја сам га успео.(ผมทำให้ติโต้ผิดหวัง)"
 
 
 
       ทางเข้าเรือนดอกไม้ยัง